เครียดแค่ไหนถึงควรไปหาหมอ

ที่บอกว่าเครียด เครียดแค่ไหน ? ทุกวันนี้ความเครียดเป็นเรื่องที่เราได้ยินกันทั่วไป หิวก็เครียด อิ่มก็เครียด นอนไม่หลับก็เครียด เจอเรื่องหนักใจก็เครียด ซึ่งดูเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่เคยรู้กันไหมว่า ความเครียด ที่ดูปกตินั้น แท้จริงแล้วอาจจะกำลังก่อตัวเป็นความผิดปกติ หรือโรคร้ายไม่พึงประสงค์ให้กับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจ อาการทางจิต โรคซึมเศร้า ฯลฯ ฟังดูแล้วไม่เบาเลยใช่มั้ยล่ะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า เมื่อไหร่ที่ความเครียดนี้เริ่มวิกฤติ หรืออันตรายต่อสุขภาพแบบที่ต้องรีบพบพบแพทย์ วันนี้เรามีคำตอบ และบททดสอบมาให้ลองทำกัน


โรคเครียด คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของการปรับตัวต่อเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในชีวิต ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ระดับความเครียดก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ วิธีการแก้ปัญหา และการปรับตัวของแต่ละบุคคล”

ความเครียดนี้มีที่มา

คนเราใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็เกิดความเครียด ซึ่งเจ้าความเครียดนั้นจะก่อตัวขึ้นมาได้ต้องมีปัจจัยบางอย่างไปกระตุ้น ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

  • ปัจจัยภายนอก เช่น การย้ายบ้าน การเปลี่ยนงาน การหย่าร้าง ความสัมพันธ์กับเพื่อน ครอบครัว ภาวะเศรษฐกิจ เหตุการณ์บ้านเมือง ภัยธรรมชาติ
  • ปัจจัยภายใน เช่น มีความคาดหวังสูง ต้องการความสำเร็จสูง บุคลิกภาพแบบสมบูรณ์แบบไม่ยืดหยุ่น  การปรับตัวยาก


อาการเป็นอย่างไรบอกเราที

ความเครียดถ้าเกิดขึ้นมาแล้วนั้น จะมีผลและแสดงออกโดยตรงผ่านระบบต่างๆ ของร่างกาย แบ่งได้ดังนี้

1. อาการแสดงออกทางกายซึ่งจะเกิดขึ้นในอวัยวะที่ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ ได้แก่

  • ระบบทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร จะหลั่งกรดมากผิดปกติ ทำให้กระอาหารเป็นแผล ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียน ลำไส้ เกิดการหดตัวมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือถ่ายบ่อย
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เต้นผิดจังหวะหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตีบลง มีไขมันมาเกาะ ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบตัน เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและความดันโลหิตสูง
  • ระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อมีการหดเกร็งจนเกิดอาการปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อต่างๆทั่วร่างกาย
  • ระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่าย จุกแน่นหน้าอก 
  • ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลชั้นนำ https://bit.ly/2tzaawW

2. อาการแสดงออกทางจิตใจและอารมณ์ ได้แก่ วิตกกังวล การตัดสินใจไม่ดี ขี้ลืม ขาดสมาธิ ไม่มีความคิดริเริ่ม ความจำไม่ดี ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้โกรธง่าย เบื่อซึม ท้อแท้ หงุดหงิด มองโลกในแง่ร้าย

3. อาการแสดงออกทางพฤติกรรม ได้แก่ ทานเก่ง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ กัดเล็บ ดึงผม ติดบุหรี่ ติดสุรา พูดจาก้าวร้าว เปลี่ยนงานบ่อย แยกตัวออกจากสังคม


สำรวจความเครียดเบี้องต้นด้วยตนเอง

และเมื่อเราไม่สามารถห้ามให้ตัวเองเครียดได้ เพราะบางครั้งความเครียดสามารถเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว  แต่เราสามารถรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นได้ด้วย การประเมินความเครียดด้วยตัวเองจากแบบประเมินซึ่งพัฒนาโดยกรมสุขภาพจิต ที่จะเป็นตัวช่วยในการคัดกรองภาวะเครียดที่กำลังเกิดขึ้น และช่วยให้เรารู้แนวทางการดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสมโดยให้สำรวจอาการที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา คุณมีอาการหรือความรู้สึกต่อไปนี้มากน้อยเพียงใด มาลองเช็คตัวเองได้พร้อมกับเราได้เลย

เมื่อประเมินตัวเองเรียบร้อยแล้ว ให้นำคะแนนของทุกช่องมารวมกัน หากผลคะแนนรวมของคุณได้มากกว่า 17 คะแนน เราขอแนะนำให้คุณไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการกับความเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม

เครียดแล้วต้องรักษา

เมื่อเรารู้ตัวเองแล้วว่าอยู่ในภาวะมีความเครียด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงนั่นก็คือเราต้องหาวิธีการรับมือกับความเครียดนั้น ให้เร็วที่สุด  โดยการรักษาความเครียดนั้น ก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่

1. การรักษาด้วยยา  

วัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยบรรเทาอาการทางกายให้สงบลง เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร ยาลดความดันโลหิตเพื่อลดระดับความดันโลหิต ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อตามจุดต่างๆ การให้ยากลุ่มคลายเครียดช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้ ฯลฯ การรักษานี้เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ แต่ก็จำเป็นต้องทำก่อน เพื่อลดอาการต่างๆ ให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวมากขึ้น ซึ่งจะง่ายต่อการจัดการกับปัญหาหรือความเครียดที่เป็นต้นเหตุต่อไป

2. การรักษาด้วยการทำจิตบำบัด ได้แก่ 

เทคนิคการผ่อนคลายความเครียดด้วยตัวเอง เช่น

  • ฝึกสมาธิ  
  • ออกกำลังกาย
  • การเสริมทักษะในการปรับตัวและการจัดการปัญหา
  • การเข้าร่วมกลุ่มทางสังคม
  • การปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

เคยมีเพลงๆ หนึ่งที่มีเนื้อหาประมาณว่า จะเครียดทำไม แค่ยิ้มเข้าไว้ ฟังแล้วก็ช่วยเติมพลังด้านบวกได้อยู่ และทุกความเครียดมีทางออกเสมอ เพียงเรารู้ทันและรับมือได้อย่างตรงจุด รู้กันแบบนี้แล้วอย่าลืมจัดการกับความเครียด แล้วใช้ชีวิตให้มีความสุข เพื่อเป็นการป้องกันสุขภาพจากโรคร้ายได้เองง่ายๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ถ้าความเครียดนั้นมันหนักหนาจนส่งผลต่อสุขภาพทำให้คุณต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล การมีประกันสุขภาพดีๆ สักตัวก็เป็นเรื่องที่ควรพิจารณา เคยได้ยินไหมว่า “ไม่ป่วย ไม่มีทางเข้าใจ” ก่อนที่จะต้องเจ็บป่วยทั้งกายและใจ เพราะเรื่องค่ารักษาพยาบาล ลองถามตัวเองดูว่า คุณควรมีประกันสุขภาพ ไว้ดูแลตัวเองกันแล้วหรือยัง

เครียดแค่ไหนก็รับมือได้ ด้วยหลากหลายประกันสุขภาพ ที่คุณเลือกได้ จากเอฟดับบลิวดีประกันชีวิต... คลิก https://bit.ly/2T9UU7Z

อ้างอิงข้อมูลจาก : HonestDocs

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX