Office Syndrome เป็นแล้วไม่อ่อนโยนต่อร่างกาย

งานประจำ รายได้ดี มีโต๊ะให้นั่งตามตำแหน่ง และทำงานไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง คุณสมบัติขั้นต้นที่คุณหาได้จากกลุ่มคนที่ถูกขนานนามตามสถานที่ทำงานว่า  “พนักงานออฟฟิศ”

ระยะเวลามากกว่า 8 ชั่วโมงที่ชนกลุ่มนี้ต้องดำรงชีวิตอยู่ในสถานที่ทำงาน เบื้องหน้าของเขาคือคอมพิวเตอร์ ขนาบข้างด้วยเพื่อนร่วมงาน หลังพิงเก้าอี้ วางมือประจำตำแหน่งเดิมนั่นก็คือที่คีย์บอร์ด พิมพ์งานตามที่นายสั่งอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าที่ก้มทำมุมกับหน้าจอ เงยหน้ามาอีกทีก็ฟ้ามืดไปแล้ว วิถีชีวิตที่วนเวียน สิ่งตอบแทนที่ได้รับคือเงินเดือนตามความสามารถ

ทำงานถวายหัว จนตัวป่วย

ด้วยเงื่อนไขของวัฏจักรการเลื่อนขั้น ถ้าคุณทำผลงานดี ก็มีโอกาสเติบโตสูง คนเราทำงานก็อยากได้เลื่อนขั้นกันทั้งนั้น จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่เรา Work hard กันอย่างทุกวันนี้ก็เพื่ออนาคตที่สดใสในหน้าที่การงานกันทั้งนั้น บางคมยอมทุ่มเทเวลาชีวิตทั้งหมดให้กับงานที่ทำ จนหลงลืมบางอย่าง อย่างการได้ใช้ชีวิตในมุมอื่นอย่างมนุษย์ทั่วไป ทำงานหามรุ่ง หามค่ำ ไม่หยุดพัก รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างกายแสดงออกมาในรูปแบบอาการป่วย ทั้งป่วยโรค และป่วยทางกาย สุดท้ายหนีไม่พ้นเป็นโรคยอดฮิตประจำคนออฟฟิศอย่าง โรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) แต่ ช้าก่อน! อยากให้รู้เอาไว้ว่าคุณนั้นก็ยังมีโอกาสเลือกที่จะไม่เป็นโรคนี้ได้ ถ้าคุณรู้วิธีการป้องกัน

พฤติกรรมนำพาสู่ ออฟฟิศซินโดรม

ต้นเหตุที่ก่อให้เกิดอาการของโรคนี้ มักมาจากลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือมีการทำงานด้วยท่าทางเดิมซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลโดยตรงต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น คอ บ่า ไหล่ สะบัก อาการปวดมักปวดเป็นบริเวณกว้าง ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจน บางคนอาจมีอาการปวดร้าวไปบริเวณใกล้เคียง หนักขึ้นก็จะมีอาการ ชา เป็นเหน็บร่วมด้วย พอปวดหนักๆ จนเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิต ทางออกแรกๆ ของการบรรเทาอาการ ก็มักจะเป็นการไปหาหมอนวดให้ช่วยคลายความทรมานจากอาการนี้  หรือปวดจนทนไม่ไหวก็ไปหาหมอเพื่อทำการกายภาพบำบัด

ถ้าคุณทำแบบนี้อยู่ อยากให้รู้ว่าควรปรับ 

ไลฟ์สไตล์ในการทำงานที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถ้าสังเกตดีๆ คุณอาจจะเข้าข่ายเสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรมก็ได้ เช็คได้จากพฤติกรรมตามนี้

  • นั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ
  • นั่งทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม ต้องก้มหน้ามองจอต่ำเกินไป หรือเงยหน้าจนปวดท้ายทอย
  • มีสภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม โต๊ะสูงเกิน ไหล่ต้องยกตลอดเวลา หรือนั่งเก้าอี้ที่ไม่มีความสบาย
  • มีภาวะเครียดจากงาน พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ค่อยได้มีการผ่อนคลายทั้งร่างกาย และ อารมณ์

จากพฤติกรรมต่างๆ ข้างต้น ถ้าคุณเป็นครบทุกข้อ ได้เวลาที่ต้องปรับพฤติกรรมเสียใหม่แล้วนะคุณ

เลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง

อยากที่บอกไปว่าออฟฟิศซินโดรมนั้น มาจากการใช้ชีวิตที่ผิดท่าผิดทางของพวกคุณนั่นแหละ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีวิธีในการหลีกหนีจากโรคนี้ ทุกอย่างป้องกันได้ ถ้าเรารู้วิธี มาเริ่มกันเลย

1. หันมาออกกำลังกายด้วยท่าที่เหมาะสมกับอาการ อย่างการยืดกล้ามเนื้อให้เกิดความยืดหยุ่น การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยต้องอาศัยความใส่ใจและความสม่ำเสมอ

2. ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน  โดยเริ่มจากการปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา รวมทั้งปรับระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ ให้สามารถนั่งทำงานในท่าที่สบาย จะได้ไม่เมื่อย

3. ข้อนี้สำคัญ นั่นคือการปรับเปลี่ยนการใช้งานกล้ามเนื้อให้เหมาะสม ควรมีการยืดเหยียดหรือเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อที่กล้ามเนื้อจะได้ไม่ทำงานหนัดจนเกินไป

ถึงแม้คุณจะเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณก็เลือกการรักษาที่ดีที่สุดได้

ถ้าท้ายที่สุดคุณได้พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว แต่ก็ยังคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงเจ้าอาการนี้ได้ วิธีการคือการยอมรับและเลือกที่จะอยู่กับอาการนี้อย่างเป็นมิตร และค่อยๆ ทำการรักษาไปพร้อมกับการมีแผนประกันสุขภาพที่จะช่วยดูแลคุณ อีกทั้งเดี๋ยวนี้มีผู้เชี่ยวชาญมากมายในการดูแลรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม ให้คุณสามารถเลือกรักษาในโรงพยาบาลที่ต้องการได้ ด้วยความคุ้มครองจาก เอฟดับบลิวดีแผนประกันสุขภาพ ซูเปอร์ แคร์ + OPD ที่ดูแลการรักษาออฟฟิศซินโดรม ให้คุณด้วยข้อดี ดังนี้

  • สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลและคลินิกในเครือข่ายกว่า 380 แห่งทั่วไทย ไม่ต้องสำรองจ่าย เพียงแสดงบัตรเอฟดับบลิวดี แคร์การ์ด ที่โรงพยาบาลและคลินิกในเครือข่าย
  • เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง สูงสุดไม่เกิน 180,000 บาทต่อครั้ง - อุ่นใจ ผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ เหมาจ่ายตามจริง ในวงเงินที่เลือก
  • เลือกค่าห้องได้สูงสุด 7,500 บาท/วัน - สบายใจ.. อยากอยู่ห้องพักรักษาแบบไหนเลือกได้ตามความต้องการ
  • คุ้มครองค่ารักษาต่อเนื่อง 30 วัน หลังออกจากโรงพยาบาล - ไม่มีกังวล ดูแล...แคร์กันไปยาว ๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/2K2gacH

ว่าไปแล้วก็นึกถึงประโยคที่ว่า “Work Life Balance” ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ ประโยคนี้ก็ยังช่วยเตือนใจเราได้เสมอ ไม่เฉพาะกับแค่มนุษย์ออฟฟิศ แต่กับทุกคนที่ใช้ร่างกันจนเกินลิมิต ลองหันมาดูแล ใส่ใจสุขภาพตัวเองกันดูบ้าง เพื่อที่เราจะได้สามารถมีโอกาสในการใช้เงินที่เราหามาได้ไปกับความสุขของตัวเองอย่างเต็มที่ เติบโตในหน้าที่การงานอย่างคนที่แข็งแรงทั้งร่างกาย และจิตใจ

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX