Mayday กับ Passion ที่จะเปลี่ยนโลกระบบขนส่งสาธารณะไทย

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี ในสังคมที่คนต่างมองแต่เรื่องของตัวใครตัวมัน  พวกเขาเป็นเด็กวัยรุ่นอายุยี่สิบกว่าๆ ที่คุยกันในเรื่องของเมืองที่เราอยู่อาศัยก่อนเรื่องของตัวเอง พวกเขาบอกว่าเขาไม่ใช่ฮีโร่และผู้เสียสละ ยังคงทำงานเก็บเงินเพื่อทำตามความฝันเหมือนคนอื่นทั่วไป เพียงแต่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของเมือง และถ้าเมืองพัฒนา พวกเขาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผลงานต่างๆ ที่มีส่วนช่วยเมืองกลายเป็นผลิตผลออกมา นี่คือ MAYDAY แวน วริทธิ์ธร สุขสบาย หนึ่งในผู้ก่อตั้งและมีแนวคิดพัฒนาเมืองของเรา

อะไรคือความหมายของ MAYDAY

 “ Mayday เป็นคำที่นักบินใช้ขอความช่วยเหลือเวลาเกิดเหตุขัดข้อง หรือต้องการจะสื่อสารกันอยู่แล้ว เมื่อเอามาใช้กับภาษาไทยก็เป็นการเล่นคำเปลี่ยนจาก เมย์เดย์ เป็นเมล์เดย์ ที่มาจากรถเมล์ หรือเล่นคำกับเมล์เครื่อง ที่คนต่างจังหวัดใช้เรียกมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ไอเดียคือผมอยากให้มีวันที่เราเห็นรถเมล์ รถสาธารณะได้ชูศักยภาพ ไม่ว่าจะในเรื่องของบัสเลนหรือเรื่องอื่น ถ้ามันถูกสนับสนุนอย่างจริงจัง วันนั้นก็จะถูกเรียกว่า MAYDAY หรือว่าวันของรถเมล์ก็น่าจะเวิร์ค”

จุดเริ่มต้นและจุดมุ่งหมายของ MAYDAY

“จริงๆ เราทำงานพัฒนาชุมชนเมืองกันอยู่แล้ว แต่โดยการเริ่มต้นมันเป็นแค่งานอดิเรกที่เราทำเหมือนกับที่หลายคนกลับบ้านมาเล่นเกมส์หลังเลิกงาน แต่พอทำไปเรื่อยๆ เราเห็นการเติบโตและเห็นความเป็นไปได้ เลยเริ่มจะให้เวลากับมันมากขึ้น จนตอนนี้กลายเป็นงานประจำงานหลักไปแล้ว ส่วนจุดมุ่งหมายเราอยากให้ขนส่งมวลชนเป็นสิ่งที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญในสังคมมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้เราแทบไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันเลย รถเมล์ยังเป็นสิ่งที่เราลงทุนกับมันต่ำ และเมื่อลงทุนต่ำ การที่จะให้มันมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็เป็นเรื่องยาก และในระหว่างทางก่อนที่ขนส่งมวลชนมันจะดีขึ้นมา เราอยากให้ประชาชนหรือคนที่ใช้งานมันได้มามีส่วนร่วม ว่าต้องทำอย่างไร หรือแก้ปัญหาที่ตรงไหน การแก้ปัญหาอาจจะไม่ได้มาจากรัฐเพียงฝั่งเดียว การที่ประชาชนออกมามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ แล้วช่วยกันผลักดันมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้

ทำไมถึงสนใจเรื่องรถเมล์

“มันมีอยู่วันหนึ่งที่คนหลั่งไหลเข้ามาบริเวณออฟฟิศของเรา นั่นคือวันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่เก้า แล้วผมบังเอิญไปเจอกับพี่ที่ฝึกงาน ตอนฝึกงานผมฝึกที่ GTH วันนั้นเจอแม้แต่ผู้บริหารของบริษัทสวัสดีทวีสุข เขายังนั่งรถเมล์มาเคารพขบวญพระบรมศพเลย เพราะอะไร เพราะเขารู้ว่ารถเมล์มันมีศักยภาพจะพาเขามายังจุดนี้ได้ดีที่สุดในเวลานี้ไง แล้วถ้ามันดีขึ้นอีกหละ กลับจากวันนั้นเราก็มาบอกพี่ๆ ในทีมว่า เราสนใจเรื่องรถเมล์ แต่จะทำอะไรยังไม่รู้ขอเวลาทำการบ้านก่อน แล้วก็ต่อยอดมาเรื่อยๆ ช่วงนั้นมีคนเข้ามากรุงเทพฯ เป็นหมื่นคนต่อวัน และมันกลายเป็นหลายๆ แสนคนต่ออาทิตย์ ในบรรดาคนที่เข้ามาก็อาจมีคนหลงทางก็ได้”

รวมตัวกันได้อย่างไร ในทีมแบ่งเป็นหน้าที่อะไรบ้าง

“ตอนนี้ MAYDAY ประกอบกันด้วยสมาชิกเจ็ดคน เรามากันจากหลากหลายสาขามากเลย ทั้งวิศวกรรม วรรณกรรมเด็ก โบราณคดี ศิลปกรรม สถาปัตย์ ผังเมือง แต่เรามี Passion ร่วมกันคือเราอยากเห็นเมืองเราพัฒนา เลยทำให้เรามาทำงานด้วยกันได้ ส่วนหน้าที่ของผมคือออกแบบกราฟิก เพราะผมจบศิลปกรรมมา”


ต่างคนมาจากคนละสายงาน เคยมีปัญหากันบ้างไหม

“จริงๆ ก็มีความจับปูใส่กระด้งประมาณหนึ่งนะครับ เรื่องทะเลาะกันมันเป็นอะไรที่ต้องมีอยู่แล้วเพราะว่าเรามาจากคนละสายงานกันเลย แต่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องดีมากกว่า เพราะว่าเรามีความคิดเห็นจากหลากหลายสาขาอาชีพมาช่วยกันพัฒนาไอเดียให้ดียิ่งขึ้นไป สนุกดีครับ”

เอาเวลาและแรงจากไหนมาทำงาน แล้วจัดการเวลากับความเหนื่อยนี้อย่างไร

“ MAYDAY มันเริ่มจากงานที่เราทำกันเล่นๆ สิ่งที่เราได้คือความสุข เอาเวลาเล่นของเรามาทำประโยชน์ แต่พอพัฒนาไปแล้วมันก็ต้องเอาจริงเพราะว่าไม่เช่นนั้นมันจะไม่เห็นผลอะไรเลย ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง พอมีทุนเข้าช่วยซัพพอร์ตโครงการมันเลยพร้อมกับความกดดันและพัฒนาโปรเจคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในตอนนี้ ”

คิดยังไงกับประโยคที่ว่า “การเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ (ขนสาธารณะ) มันยากมากสำหรับประเทศไทย

 “ก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะบางทีเราก็รู้สึก อย่างมีบางวันที่ผมนั่งรถเมล์ ซึ่งจริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ชอบนั่งรถเมล์มาก แล้ววันนั้นผมดันเมารถ แล้วผมก็คิดขึ้นมาว่าสิ่งที่เรากำลังเคลื่อนไหวอยู่เนี่ยมันเล็กมากเลยนะ มันยังแก้ไขในสิ่งที่คนอื่นคาดหวังยังไม่ได้เลยนะ เราเองยังเจอปัญหาว่าคนขับรถยังขับแล้วเราเมารถอยู่เลย ถ้าเกิดวันนี้เราตายไป คือไม่ได้หมายถึงฆ่าตัวตายนะ แต่หมายถึงหายไป มีเราหรือไม่มีมันก็ค่าเท่ากัน ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ก็โชคดีที่มีเพื่อนบอกว่า สิ่งที่แกทำมันไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในทันที ไม่ได้เปลี่ยนได้เต็มร้อยในทีเดียว ไม่ได้ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่ใช่ศูนย์ คือเราได้ก้าวมาแล้ว อย่าไปท้อกับมัน เราต้องค่อยๆ เก็บแต้มความเปลี่ยนแปลงแต้มดีอันนี้ไว้แล้วพัฒนาไปเรื่อยๆ”


น่าจะต้องเจอแรงปะทะจากหลายๆ ด้าน อะไรทำให้ Passion และพลังยังคงอยู่

            “ก็ต่อจากที่มีคนวิจารณ์เราก็รู้สึกแย่ เราก็คิดขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่เราทำในอีกแง่มันก็คือการทดลอง ทดลองให้กับคนต่อไปที่เขาอาจจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เหมือนเราได้รู้ว่ามันมีอะไรทำได้ และอะไรทำไม่ได้ ดังนั้นเค้าก็ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ก็เป็นการส่งต่อสิ่งต่างๆ ที่ผมทำไว้ให้กับเค้าซึ่งอาจจะเก่งกว่าผม ต่อไป มันไม่มีอะไรสูญเปล่า”


ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า พวกคุณอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรนับจากนี้

“เราอยากมีสิทธิ์ที่จะบอกว่าพวกเราอยากมีอะไรหรือไม่มีอะไรในเมืองที่พวกเราอยู่ อย่างบางโปรเจครัฐจะถามว่าเอาอะไรมายืนยันว่าประชาชนไม่ต้องการ ดังนั้นถ้าประชาชนไม่ยอมพูดว่าเขาชอบหรือไม่ ต้องการอะไร พวกผมก็ทำอะไรไม่ได้ ก็หลังชนฝาประมาณหนึ่ง เราอยากเห็นประชาชนคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะบอกว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ต้องไม่ประชดประชันนะ เพราะแบบนั้นมันไม่ได้ทำประโยชน์อะไร และอีกอย่างคือเราอยากเห็นภาครัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนมากขึ้น มาเจอคนละครึ่งทาง รัฐทำอะไรประชาชนก็แฮปปี้ เพราะเขาอยากได้”

อยากฝากอะไรถึงคนกรุงเทพฯ ที่ได้ใช้และไม่ได้ใช้ขนส่งสาธารณะ

“ทั้งคนที่ใช้และไม่ได้ใช้มันเกี่ยวโยงกันทั้งหมด เพราะเราต่างก็อยู่ในเมืองเดียวกัน รถส่วนตัว รถเมล์ ต่างก็ต้องใช้ถนน รถไฟฟ้าก็เกี่ยวเชื่อมโยงกันหมด ดังนั้นไม่อยากให้คิดว่าคนรวยใช้รถส่วนตัว รถไฟฟ้า ส่วนคนจนนั่งรถเมล์ เมื่อวงจรใดวงจรหนึ่งมันดีขึ้น มันก็จะผลักดันให้ระบบทั้งหมดดีขึ้นตามไปด้วย ถ้าเราไม่พัฒนาขนส่งมวลชนหรือขนส่งสาธารณะก็จะกลายเป็นว่าคนต้องซื้อรถกันมากขึ้นเพื่อไปทุกๆ ที่ ที่เขาอยากไป รถก็จะยิ่งติด มันเป็นเรื่องของทั้งระบบ ทั้งเมือง”

คิดว่าจะมีโปรเจคอะไรที่อยากทำเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้

“ตอนนี้กำลังพยายามดีลกับ กทม. เรื่องการแก้ป้ายต่างๆ อยู่เฉพาะโปรเจคนี้ก็น่าจะทำให้คิวแน่นไปสองสามเดือน แล้วก็มีจัดเวิร์คช็อปอันนี้ได้ทุนมาจากกองทุนหนึ่งซึ่งเขาสนับสนุนเรื่องการฟังเสียงประชาชนเกี่ยวกับขนส่งมวลชน เราก็เลยจะจัดสามครั้ง เรื่องรถ เรื่องราง เรื่องเรือ เหล่านี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องทำในปีนี้ อีกอย่างคือเว็บไซต์ที่ให้ทุกคนมาเสนอไอเดียการพัฒนา แล้วก็เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองของพวกเรา”

มองหา New Generation ของทีม MAYDAY หรือคนที่มี Passion เดียวกันที่อยากร่วมงานหรือไม่

“มองหาตลอดเลยครับ ยิ่งเป็นคนที่มี Passion เดียวกันยิ่งอยากร่วมงานด้วยอยู่แล้ว”

          Mayday เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองปัญหาที่คนในเมืองหลวงกำลังเจอแล้วหาวิธีที่จะพัฒนามัน ในขณะที่เราบ่นเรื่องปัญหาเกี่ยวกับรถติด ทีม Mayday กำลังหาวิธีแก้ไข พวกเขาคาดหวังให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น ความหวังให้ขนส่งสาธารณะมีคุณภาพที่ดีทัดเทียมกับนานาประเทศ กล่าวโดยไม่เป็นการชมเกินไป เราชอบน้องๆ กลุ่มนี้มากจริงๆ และคงถึงเวลาแล้วที่เราที่เป็นคนๆ หนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่ชื่อว่ากรุงเทพมหานคร  จะต้องออกมาแสดงสิทธิ์ของตัวเองว่าต้องการหรือไม่ต้องการอะไร เพื่อการแก้ปัญหาที่ถูกจุดต่อไปครับ


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX