กว่าจะเป็น Hubba Co-working Space ที่ไม่ได้มีดีแค่กระแส กับ คุณเอม อมฤต

ตัวตนของ HUBBA Thailand ...“Co-working Space คือพื้นที่ทำงานที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศ คือเรามีทุกอย่างที่ออฟฟิศ ควรจะมี บรรยากาศดี และที่ดีไปกว่านั้นเรามีเครือข่ายของคนที่ทำงานในหลายๆ แขนงแต่มีจุดหมายเดียวกันมาทำงานที่นี่”

ที่มาของชื่อ HUBBA คืออะไร?
“Hubs ศูนย์รวม HUBBA  คือเราเหมือนเป็นศูนย์รวมของคนบ้า ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน มีไลฟ์สไตล์-ใกล้ๆ กัน บางสิ่งบางอย่างในหลายๆ แขนง มาทำงานในที่เดียวกัน”
ที่คุณเอมพยายามจะเป็น Ecosystem Builder?
 “ใน Habba มีคนมากมายที่มาเจอกันที่นี่แล้วกลายเป็นพาร์ทเนอร์ เป็นหุ้นส่วน จับคู่ระหว่างคนทำโปรเจ็คกับนายทุน เรามีเครือข่ายที่กว้างมากและหลากหลายอาชีพ อย่างเช่นมีคนเข้ามาคิดโปรเจ็คงานที่นี่ แล้วบังเอิญที่ดีแท็ค เอไอเอส หรือ ททท ซึ่งเขาเป็นองค์กรยักษ์ใหญ่ เกิดมีความต้องการที่ตรงกัน เราแนะนำให้เขาเจอกัน โปรเจคนี้กำเนิดขึ้น เขาโตกลายเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่อีกคนหนึ่ง เขาก็กลับเข้ามาใน Habba อีก ก็กลายเป็นคนที่แนะนำรุ่นต่อไปที่เข้ามา เป็นวงจรที่สนับสนุกกันและกันขึ้น”

โมเดลธุรกิจคุณเอมได้ไอเดียมาจากไหน
“ไอ้เจ้า Co-working Space เนี่ยมันกำเนิดมานานมาแล้วล่ะ และมันมีตัวอย่างมากมายในต่างประเทศ เพียงแต่ในประเทศไทยจะไม่มีใครทำมันอย่างจริงจังเท่าไหร่นัก อย่างมากก็เอาป้ายมาแปะว่า Co-working Space แต่เป็นเพียงร้านกาแฟเท่านั้น”

การกำเนิดของ HUBBA Thailand 

 “Habba มันเป็นไอเดียที่คิดขึ้นมานานแล้ว ผมคิดว่า Co-working Space มันตอบสนองต่อคนไทยอย่างมาก แต่มันชัดเจนขึ้นเมื่อตอนที่กรุงเทพฯ น้ำท่วมใหญ่ ช่วงนั้นบ้านผมอพยพย้ายไปหลบน้ำกันพัทยาอยู่พักหนึ่ง ก็มีอยู่กรุงเทพฯ บ้าง แต่ตอนนั้นเราเห็นคนในสายงานโปรดักซ์ชั่น และในสายงานอื่นๆ ขนเอาโน้ตบุ๊ค บางคนเอาไอแม็ค เอาแม็คบุ๊คย้ายไปนั่งทำงานกันที่ร้านกาแฟเพราะออฟฟิศน้ำท่วม เรียกว่าบางที เหมือนย้ายออฟฟิศไปที่ร้านกาแฟเลยก็ว่าได้ เรายิ่งมั่นใจว่าไอ้ Co-working Space เนี่ยมันน่าจะเวิร์ค แต่ว่าร้านกาแฟจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ตอบสนองต่อการทำงานมากสักเท่าไหร่ เราเลยคิดว่า เราต้องสร้างสิ่งที่เหมาะกับการทำงานรองๆ ขึ้นมา ก็เลยทำ”

เกือบเจ๊งตั้งแต่สองสัปดาห์แรก
“ก็มั่นใจในตัวเองมากว่าศึกษามาดีแล้ว ทุกแง่มุมแล้ว ทำการบ้านมาหนักมาก ไม่มีอะไรหลุดรอดสายตาเราไปได้ แต่เราลืมไปว่า เราไม่ได้ศึกษาคนเลย หรืออาจจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้น้อยเกินไป คือตอนที่เปิดในตอนแรก ที่เราสวยเลยมีคนผ่านไปมาแวะเวียนเข้ามาดูเยอะ แต่เค้าอาจจะเกิดความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย หรือกลัวเลยไม่กล้าเข้ามา ก็เปิดมาแต่ไม่มีคนเข้าแหละครับ หลังจากนั้นก็ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรเลยเหมือนกันที่จะให้คนเกิดความรู้สึกคุ้นเคย รู้จักเรา รู้ว่าเราคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง จึงกลายเป็นอย่างในปัจจุบัน”

ทำยังไงให้อยู่รอด?
“เราทำทุกอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรีเสิร์จ หาความต้องการของคนว่าแบบนี้ได้ไหม สมควรไหม เค้าต้องการอะไร ทำอย่างไรจึงจะเป็นผลดีกับเขามากที่สุด เราทำการบ้านหนักมาก พอผานเวลาไปคนก็ยอมรับเอง”

ใครๆ ก็บอกอย่าทำเลยมันเสี่ยง
“แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว ทั้งครอบครัว คนรอบข้าง ผมเลยไม่ค่อยจะไปเล่าให้ใครฟังนี่ไงเพราะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง (ฮา) พอไม่คุยก็เลยเกือบเจ๊งนี่ไง (ฮา) แต่เรารู้ไงว่ามันทำได้ และมันจะดีขึ้นแน่ๆ”

หากใครมีไอเดียอยากทำกิจการอะไรสักอย่างที่น่าสนใจ แล้วเดินเอาไอเดียนี้เข้าไปหาคุณเอม คุณก็จะช่วยให้โปรเจ็คนั้นสำเร็จได้ ผมเข้าใจถูกไหม

“จะว่าแบบนั้นก็ได้ แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการที่ธุรกิจหนึ่งจะประสบความสำเร็จมันประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างมากๆ ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องมีคือกัส”

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX