เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ก้าวสู่มิติใหม่แห่งการประกันภัย

(ประเทศไทย, 28 สิงหาคม 2556) - ไมค์ แพล็กซ์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ไอเอ็นจี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและสดใส บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มุ่งดำเนินธุรกิจประกันชีวิตสู่ทิศทางใหม่ผ่านนวัตกรรมที่จะพัฒนาโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ตัวแทนขายและธนาคารพันธมิตรสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า


“เอฟดับบลิวดีตั้งเป้าหมายที่จะเป็นองค์กรที่มีความโดดเด่น นำสมัย และสดใสแตกต่างเหนือกว่าคู่แข่งขัน” ไมค์ แพล็กซ์ตัน กล่าว เพื่อมุ่งสู่ทิศทางใหม่ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จะดำเนินกลยุทธหลักเพื่อนำบริษัทให้ประสบความ สำเร็จในอนาคต ดังนี้



  • จะดำเนินธุรกิจโดยยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และจะก้าวให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของลูกค้า
  • ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัยแก่ลูกค้า
  • ฟังลูกค้าผ่านการสำรวจความคิดเห็นที่จะจัดทำอย่างสม่ำเสมอ
  • ลงทุนในหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับตัวแทนขายผ่านศูนย์ฝึกอบรมเอฟดับบลิวดี (FWD Academy)
  • ลงทุนในบุคลากรที่มีความสามารถสูง เพื่อมาร่วมสร้างเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิตให้เป็นบริษัทประกันชีวิตชั้นนำ
  • กำหนดมาตรฐานในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม

พร้อมกันนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจด้านต่างๆ ดังนี้


นายพูนลาภ เพ็ญกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานช่องทางประกันชีวิตผ่านธนาคาร กล่าวว่า “เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เป็นบริษัทที่มีช่องทางการตลาดที่หลากหลาย ทั้งช่องทางตัวแทนประกันชีวิต ช่องทางการขายผ่านธนาคาร และช่องทางขายแบบทางเลือก (Alternative channel) โดยตั้งเป้าหมายขยายจำนวนตัวแทนขายให้มากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ในเชิงลึกและมีคุณภาพผ่านธนาคารพันธมิตรที่เลือกสรรแล้วสำหรับช่องทางการขายผ่านธนาคาร และช่องทางการขายแบบทางเลือก ทั้งตลาดขายตรงและตลาดเชิงความสัมพันธ์ (Affinity marketing)”


สำหรับช่องทางตัวแทนประกันชีวิต บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะสร้างตัวแทนให้มีความเป็นมืออาชีพผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่จัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกอบรมเอฟดับบลิวดี และบูธแคมป์”


“สำหรับช่องทางขายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ เราจะมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ลูกค้าธนาคารทีเอ็มบีผ่านบริการพิเศษต่างๆเพื่อเพิ่มอัตราส่วนการขายเพิ่ม (cross-selling ratio) บริษัทจะเพิ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนการขายที่สาขาธนาคารทีเอ็มบีที่มีอยู่ 440 แห่งทั่วประเทศ” “เรายังมีช่องทางการขายแบบทางเลือกที่ยังคงเติบโตในปี 2556 ผลักดันโดยเราจะออกแบบกรมธรรม์ใหม่เพื่อช่องทางขายผ่านโทรศัพท์ (เทเลมาร์เก็ตติ้ง) โดยเฉพาะ เพื่อขายเพิ่มให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์เดิม”


อามาน คาปัวร์ ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการตลาด เปิดเผยว่า “เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จะมุ่งเน้นในการพัฒนากรมธรรม์และบริการใน 4 รูปแบบหลัก: เพื่อสุขภาพ เพื่อความมั่งคั่ง เพื่อการศึกษา และเพื่อการเกษียณอายุ สำหรับธนาคารพันธมิตร บริษัทจะพัฒนากรมธรรม์เบี้ยประกันภัยอัตราพิเศษที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าธนาคารและลูกค้าองค์กร


บริษัทจะเพิ่มรูปแบบบริการที่บริษัทกำหนดจะยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราจึงได้ประสานความสามารถของคนและเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอเป็นบริการรูปแบบใหม่ เพื่อประโยชน์ของลูกค้าและตัวแทนขาย ซึ่งรวมถึง ใบคำขอผ่านอิเลคทรอนิค (FWD Smart App) เป็นเครื่องมือดิจิตอลให้สามารถส่งใบคำขอเอาประกันภัยของลูกค้าผ่านทางแท็บเล็ต ได้ทุกทีทุกเวลา และการออกกรมธรรม์ที่สาขา (Smart Issuance@ Branches) เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และง่ายสำหรับลูกค้าที่สามารถรับกรมธรรม์ที่สาขาธนาคารทหารไทยได้ทันที


บ๊อบ เวาเตอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการเงิน กล่าวว่า “ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 บริษัท สามารถสร้างกำไรได้สูงถึง 306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานปกติของช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา


“ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนเจ้าของบริษัทใหม่ของเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ลูกค้าได้แสดงให้เราเห็นถึงความเชื่อมั่นในบริษัทและในกรมธรรม์ ส่งผลให้ครึ่งปีแรกของปี 2556 บริษัทสามารถสร้างเบี้ยประกันภัยรับรวมได้ 5,700 ล้านบาท เติบโต 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555


“นอกจากนี้ ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งยังสะท้อนให้เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนความพอเพียงของเงินกองทุน ที่เราสามารถดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงได้สูงถึง 290% ในไตรมาสสองของปีนี้ เพิ่มขึ้นจากอัตรา 238% ในไตรมาสที่ผ่านมา”


ในขณะที่บริษัทมีรายได้จากเบี้ยประกันภัยรับที่เพิ่มขึ้น บริษัทก็มีการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีเยี่ยม โดย ณ ครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทมีอัตราค่าใช้จ่ายในครึ่งแรกของปีนี้ 8% ซึ่งน้อยลงจากครึ่งปีแรกของปี 2555 ที่ผ่านมาที่มีอัตราค่าใช้จ่ายที่ 9%


"เพื่อฉลองการเปิดตัวใหม่อย่างเป็นทางการของเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต บริษัทจะจัดงานเลี้ยงสำหรับตัวแทนขายระดับสูง พันธมิตรทางธุรกิจ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่กำกับดูแล ซึ่งคณะผู้บริหารระดับสูงของเอฟดับบลิวดี ประเทศไทย และเอฟดับบลิวดีกรุ๊ป จะร่วมในงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย”


“บริษัทมีความภาคภูมิใจในอดีตและฐานลูกค้าของเรา ผมตื่นเต้นที่จะนำพาอนาคตของลูกค้าไปกับการเปลี่ยนชื่อไปสู่เอฟดับบลิวดี วันนี้ไม่ใช่การสิ้นสุดการเดินทางของไอเอ็นจี แต่เป็นการเริ่มตันการเดินทางพร้อมเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ของธุรกิจประกันชีวิตไปกับเอฟดับบลิวดี” ไมค์ กล่าวตอนท้าย