The Untold Stories เรื่องเล่าจากแดนเถื่อน กับ สิงห์ วรรณสิงห์ (EP 1)

ทุกเส้นทาง ทุกการผจญภัยล้วนมีเรื่องเล่าทั้งสิ้น แต่จะมีสักกี่คนที่อยากจะเดินทางเสี่ยงตายไปยังประเทศ War Zone หรือแม้แต่ประเทศที่แทบจะไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่กับเขา “สิงห์” วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ที่ออกเดินทางตะลุยเส้นทางสุดอันตรายและนำมาเล่าผ่านรายการ “เถื่อน Travel” แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมาเป็นรายการที่ทุกคนได้รับชมกันนั้นมีเบื้องหลังและเรื่องราวที่ไม่เคยได้เปิดเผยอย่างไรบ้าง

กว่าจะมาเป็นเถื่อน  Travel  

เถื่อน Travel นี่มันมีความหมายกับเรามาก ทำรายการมาสัก 10 กว่าปีแล้วนะครับ ตั้งแต่อายุ 17 ปี นี่น่าจะเป็นรายการที่ 20 หรือ 30 แล้วจำไม่ได้เหมือนกัน แต่เป็นรายการที่รักที่สุด และเป็นตัวของตัวเองที่สุด คือรายการนี้อยู่ดีๆ มันไม่ได้เกิดขึ้น มันเป็นผลพวงจากความตั้งใจและความฝันมานานหลายปีมากๆ อย่างแรกเลยคือที่มาของรายการเนี่ยจริงๆมันไม่ใช่แค่แบบคิดว่าไปดีกว่าแอฟริกา อัฟกานิสถาน มันเป็นสิ่งที่ตั้งใจจริงและเป็นสิ่งที่อยากทำมานานมากแล้ว กว่าจะเป็นรายการนี้ได้เราล้มเหลวมาหลายครั้ง ทั้งเสนอไม่ผ่าน หางบไม่ได้ กว่าจะมีรายการนี้ได้ เราต้องสู้มาพอสมควร

เถื่อนยิ่งกว่าที่คิด...

ในเถื่อน Travel เนี่ยยากที่สุดน่าจะเป็นเกาหลีเหนือ เพราะผมไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเลย ไม่มีใครให้ตารางทัวร์ ไม่มีใครบอกทั้งสิ้นว่าเราไปทำอะไร รู้อย่างเดียวคือเราไปเปียงยาง ไปถึงที่นั่นเองเจ้าหน้าที่ก็ยังบอกตารางทัวร์ไม่ได้เนื่องจากทางการยังไม่ Approve เพราะฉะนั้นมันจะต่างจากการถ่ายทำรายการที่ประเทศอื่นที่ผมดีลล่วงหน้าไปก่อนเป็นเดือนๆ ค่อยๆ วางว่าแต่ละวันเราจะทำอะไร เพื่อให้เนื้อหามันครบถ้วนสำหรับพื้นที่ที่เราจะไปมากที่สุด แต่เกาหลีเหนือต่างจากนั้น ไม่มีใครดีลกับเขาได้ เขาจะทำอะไรเราก็ไม่รู้ อเมริกายังบอกไม่ได้เลย แล้วผมเป็นใคร (หัวเราะ) ถ้าเป็นการเดินทางที่ไม่ได้ถ่ายทำรายการเนี่ย แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ลำบากแล้ว แต่นี่เราต้องคิดอีกระดับนึงว่าจะถ่ายอย่างไร แต่ถ้าถามว่าเรามีความสุขกับมันไหม เราชอบมันมากๆ แต่ถามว่าเหนื่อยไหม โคตรเหนื่อยเลย (หัวเราะ)


เคยมีครั้งไหนบ้างที่การเดินทางแบบเถื่อนทำให้คุณต้องเจอกับเหตุการณ์เฉียดตาย

ถ้าถามเรื่องเฉียดตาย มันเกิดขึ้นบ่อยมาก ล่าสุดเพิ่งกลับมาจากอินเดียไม่นานนี้ ไปขึ้นสามล้อ แล้วดันเป็นสามล้อซิ่ง มาถึงก็เปิดเพลง Justin Bieber ดังลั่นคัน แล้วก็ขับมุดทุกรู ทุกซอก ทุกตรอก ขับแบบจะชนกับสิบล้อแล้วค่อยหักหลบตอน 2 เมตรสุดท้าย หัวใจจะวายตาย (หัวเราะ) หรือแม้แต่ต้นปีนี้เพิ่งไปแทนซาเนียกับคุณแม่มา ก็เช่ารถขับ ขับๆ อยู่ไปเหยียบหินก้อนใหญ่เข้าทำให้ยางระเบิด โชคดีที่รถไม่คว่ำเพราะแม่อยู่ในรถด้วย ไปป่าอเมซอนเมื่อหลายปีก่อน ไกด์พาลงไปเล่นกับลูกจระเข้ เล่นไปเล่นมา หันไปเห็นแม่จระเข้ยาวกว่า 4 เมตรลอยมาข้าง (หัวเราะ) คือมันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตลอด


เดินทางอย่างสิงห์

ผมว่าการเดินทางมันสำคัญสำหรับมนุษย์ในระดับมากอยู่เหมือนกัน แต่ว่าการเดินทางเราต้องไปด้วยระบบความคิดอีกแบบนึง ที่แตกต่างจากการพักผ่อนหรือการท่องเที่ยว การพักผ่อนคือเราไปปรนเปรอให้ตัวเองสนุกและเติมเต็มความต้องการหลายๆ อย่าง ขณะที่เดินทางตัวเราไม่สำคัญ ที่ๆ เราไปสำคัญกว่า เพราะเราไปเหมือนฟองน้ำและไปรับสิ่งเหล่านั้นมา เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ใหญ่กว่าให้กับข้างในของตัวเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมพยายามสื่อให้ทุกคนดูผ่านรายการด้วยนะ โดยเราแทบจะไม่พูดถึงตัวเองเลย เราพูดถึงสถานที่เพราะมันสำคัญกว่า เพียงแค่มันต้องมีคนเล่าก็เลยต้องมีเราอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นถ้าอยากค้นพบตัวเองผ่านการเดินทางคืออย่าเอาตัวเองไปเยอะ อย่าเอาไปแต่อีโก้ อย่าเอาไปแต่กล้องเซลฟี่ อย่าไปคิดว่ารูปไหนลงไอจีดี เพราะไม่อย่างนั้นมันจะมีแต่เส้นทางที่มีแต่ตัวคุณ แต่ถ้าถามว่าการเดินทางมันคือทุกอย่างของชีวิตไหม คำตอบคือไม่ การเดินทางทำให้เข้าใจความหลากหลายของโลก ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ความคิดของมนุษย์ แต่มันยังมีอีกหลายมิติของชีวิตซึ่งคุณไม่สามารถเรียนรู้ได้ในการเดินทาง คือคนภายนอกมองผม อาจจะคิดว่าผมเจ๋งมากๆ กล้าออกเดินทางไปที่แปลกๆ แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าผมเริ่มเสพติดมันมากเกินไป ชีวิตคนเรามันไม่มีทางที่จะเดินทางได้ตลอดเวลา มันมีชีวิตจริงรอเราอยู่ ต้องจ่ายภาษี ขัดส้วม ล้างจาน ซักผ้า อะไรประมาณนี้ ต้องหาบาลานซ์ เพราะการเดินทางมันสำคัญและมันดี แต่ว่าอย่าไปเสพติดมัน ซึ่งผมก็ต้องบอกตัวเองด้วย (หัวเราะ)

The Untold Stories Part1 (เรื่องที่ยังไม่เคยถูกเล่า)

อัฟกานิสถาน

สิ่งที่ไม่ได้เล่าสำหรับทริปนี้คือมันเริ่มตั้งแต่ก่อนไปเลยครับ แน่นอนประเทศนี้เป็น War Zone การจะไปที่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ด่านแรกสำหรับทุกคนที่คิดว่าจะไปที่นี่ต้องผ่านนะครับก็คือพ่อแม่นี่แหละครับ (หัวเราะ) ซึ่งเราเข้าใจเขามากๆ แต่ในมุมมองของเราคือมันต้องไป คือถ้าเราอยากจะทำงานที่เราให้มันสุดจริงๆ มันต้องไปที่แบบนี้ ไม่งั้นก็ไม่มีความหมายอะไรที่จะทำมัน ตอนแรกเรากะจะไปอยู่อัฟกานิสถานเป็นเดือนเลย ทั้งโซนสีแดง โซนสีส้ม โซนตาลีบัน คือแบบบ้าจะไปให้หมดทั้งประเทศเลย แต่ก็พบกับแม่คนละครึ่งทางด้วยการลดการเดินทางลงจากเดือนนึงเหลือ 2 อาทิตย์ แล้วก็ไปแค่โซนเหลืองกับโซนเขียว ซึ่งตอนนี้มองย้อนกลับไปก็เดชะบุญที่แม่ห้ามไว้ (หัวเราะ)

นามิเบีย

ทริปนี้คือทริปแรกที่ออกเดินทางถ่ายทำสำหรับรายการเถื่อน Travel ตอนนั้นยังไม่รู้ชื่อรายการเลย ยังไม่รู้เลยว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ก่อนไปนี่สภาพจิตใจย่ำแย่มาก แล้วผมลงไปอยู่ในพื้นที่นามิเบียซึ่งแทบจะไม่มีมนุษย์อยู่เลย มีแต่จอมปลวกใหญ่เท่าบ้าน มีเลียงผา มีกวางวิ่งอยู่ริมถนน ภายในวันสองวันผมลืมความนอยด์ของตัวเองทิ้งหมดเลย มันแทนที่ด้วยความรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก นี่เป็นการเดินทางครั้งแรกของผมเลยนะครับ ซึ่งเราก็คิดว่าเด็กผู้ชายทุกคนคงอยากผจญภัยกัน เพียงแค่เราไม่ใช่เด็กผู้ชายแล้ว ก็โตแล้ว แต่ไอ้ความรู้สึกตรงนั้นสำหรับเรามันไม่เคยหายไปไหนเลย ก็เลยมีความสุขมากๆ ในการผจญภัยในพื้นที่แบบนี้ ซึ่งประสบการณ์ที่ไม่ได้เล่าไปก็มีตั้งแต่ขับรถไปชนเสาไฟ จากนั้นต้องไปขึ้นโรงพักแล้วคุยเรื่องฟุตบอลกับตำรวจ รวมไปถึงการกินเนื้อตัวสปริงบ็อก (สัตว์คล้ายกวางชนิดหนึ่ง) 


แอฟริกาใต้

ที่แอฟริกาใต้ผมไปทำประวัติศาสตร์เรื่องระบบ Apartheid ซึ่งเป็นระบบที่แบ่งแยกสีผิวมานานหลายสิบปี ซึ่งระบบนี้มันก็เป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากความคิดแบบเหยียดสีผิวอยู่แล้วก่อนหน้านั้น แม้ว่าปัจจุบันระบบนี้จะจบไปแล้ว แต่มันก็ยังมีความคิดแบบนี้อยู่ในสังคม แม้กระทั่งคนไทยที่อยู่ที่นั่นก็ยังคิดว่าแอฟริกาใต้น่ากลัวอยู่ดี คือพื้นที่ที่ผมไปอยู่เป็นพื้นที่ที่คนไทยที่อยู่ที่นั่นก็ไม่กล้าเข้าไปเหมือนกัน แต่ว่าสิ่งที่เราได้เจอกลับเจอแต่ความเป็นมิตร ความน่ารักของผู้คน เราก็เห็นว่าบางครั้งความน่ากลัวที่เราเห็นในสื่อมันคิดไปเองเยอะ แล้วมันละลายยาก เพราะทุกคนก็ต้องการความปลอดภัยในชีวิตอยู่แล้ว ทุกคนไม่ได้ต้องการไปหาเรื่องราวแบบผม แต่ทุกครั้งสำหรับผมมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวขนาดนั้นเลย

จากจุดเริ่มต้นของรายการสู่ความหมายของการเดินทาง นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากเรื่องราวบนเส้นทางสายเถื่อน”  ของสิงห์ วรรณสิงห์ และ The Untold Stories จากรายการ “เถื่อนทราเวล” สำหรับแฟนๆ รายการที่อยากรู้เบื้องหลังที่ สิงห์ วรรณสิงห์ได้พบเจอแต่ไม่ได้บอกไว้ในรายการ คนที่รักการเดินทาง และอยากติดตามเรื่องเล่าจาก สิงห์ วรรณสิงห์ ต่อ สามารถติดตาม The Untold Stories กับสิงห์ วรรณสิงห์ (EP 2) ต่อได้ที่นี่ เร็วๆ นี้ครับผม

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX