The Untold Stories เรื่องเล่าจากแดนเถื่อน กับ สิงห์ วรรณสิงห์ (EP 2)

จาก The Untold Stories EP.1 ที่ สิงห์ วรรณสิงห์ ได้เล่าเรื่องราวกว่าจะมาเป็นรายการ เถื่อน Travel และ The Untold Stories ใน อัฟกานิสถาน นามิเบีย แอฟริกาใต้ ให้กับแฟนๆ FWD ไปแล้วนั้น ใน The Untold Stories EP.2 นี้ แฟนๆ FWD จะได้รู้ถึงดินแดนสุดอันตรายที่ สิงห์ วรรณสิงห์ อยากไปเยือน รวมถึง The Untold Stories ใน เกาหลีเหนือ และ Son Doong ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันต่อครับ 

ดินแดนอันตรายที่ สิงห์ วรรณสิงห์ อยากไปเยือน

มันก็มีหลายที่นะครับ แต่ที่ๆ อันตรายและกำลังคิดหาวิธีเข้าไปอยู่ก็คือซีเรียครับ ที่นั้นมีสงครามที่ยืดเยื้อและใหญ่มากๆ สำหรับยุคสมัยของเรา ของมนุษยชาติในตอนนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้แค่เกี่ยวข้องกับเราในฐานะคนไทย แต่มันเกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยรวมเลย คำถามคือเราทำอะไรเพื่อช่วยพวกเขาได้บ้าง? คือผมเดินทางเยอะเนี่ย สิ่งหนึ่งที่ค่อยๆ หายไปจากหัวเราก็คือเซนส์ของความเป็นคนไทยในแง่ที่ว่าเราไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นแค่คนไทย แต่เรารู้สึกว่าเราเป็นมนุษย์รวมกับคนอื่นๆ ที่เหลือด้วย เพราะเราได้มีโอกาสได้สัมผัสกับมนุษย์ที่ไม่ใช่คนไทยมากมาย และก็ได้เห็นความเหมือนกัน ความเชื่อมโยงกันตรงนั้น เพื่อให้คนที่ได้เสพคอนเทนท์ผมได้เข้าใจ เห็นใจ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของเราขึ้นมาบ้าง

ความรู้สึกประทับใจของ สิงห์ วรรณสิงห์ ต่อวัฒนธรรมหรือประเพณีในดินแดนอันตราย

จริงๆ แทบจะทุกที่ ที่ไปมาเลยครับ อย่างเช่นผมไปเกาหลีเหนือมา ในรายการคงเห็นไปแล้วที่ไปคาราโอเกะ คนที่นั้นก็กินโซจูเหมือนเกาหลีใต้ แล้วเวลาเมาก็เกาะกันเป็นรถไฟแล้ววิ่งไปทั่วคาราโอเกะ การแต่งตัวเขาก็ดูย้อนยุคไปยุค 70 ยุค 80 มันก็ดูเชยๆ แบบน่ารักดี เพิ่งได้เห็นว่า Entertainment ของชาวเปียงยางเป็นแบบนี้ หรือแม้แต่ที่อัฟกานิสถาน มีชาวเผ่า Pashtun ซึ่งเป็นประชากรประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ มีโค้ดอันนึงชื่อว่า “Pashtunwali” กำหนดไว้ว่าถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลือคุณ แม้จะเป็นศัตรูมาก่อนก็ตาม คุณต้องให้ความช่วยเหลือนั้นๆ คือเรื่องความเป็นมิตรและการต้อนรับขับสู่เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ของชาว Pashtun และผมก็รู้สึกอย่างนั้นจริง เดินทางไปทางไหนก็มีแต่คนชวนไปกินชา เลยประทับใจกับคนอัฟกานิสถานมากๆ ในที่ๆ อันตรายที่สุด กลับได้เจอเพื่อนที่คิดว่าก็คงจะคบกันไปทั้งชีวิต ตอนนี้ในเฟสบุ๊กก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ 

การเดินทางของ สิงห์ วรรณสิงห์ อีก 30 ปีข้างหน้า

ถ้าถามเรื่องอนาคต มันอาจจะไม่ต้องอีก 30 ปี อีกไม่กี่ปีเราก็อยากที่จะพัฒนาไปจากจุดที่อยู่ตรงนี้ ซึ่งเราว่าสเต็ปต่อไปของชีวิตมันควรจะเป็นการนั่งอยู่เฉยๆ คิดอยู่คนเดียวก็โอเคแล้ว หรือบางทีไม่คิดก็ได้ นั่งอยู่เฉยๆ นั่งมองดูแม่น้ำ ภูเขา ก็สงบแล้ว แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันมักจะมากับอายุที่มากขึ้น ตอนนี้อายุ 32 มันอาจจะไม่อยู่ในจุดที่ปล่อยวางขนาดนั้น แต่ว่าอยากที่จะสงบนิ่งมากกว่านี้ แต่ถามว่าจะเดินทางต่อไหม ผมว่าชีวิตนี้จนผมตายผมก็คงเป็นนักเดินทางไปเรื่อยๆ ครับ แต่ว่าความอัดแน่นว่าจะต้องไปเดือนละทริปมันอาจจะน้อยลงเรื่อยๆ แล้วต่อไปอาจจะหาความสนุกด้วยการนั่งตัดบอนไซอยู่ที่บ้านก็ได้ อีกสัก 30 ปีข้างหน้าผมว่าน่าจะเหลือปีละ 2 ทริป

ประสบการณ์จากการเดินทางทั้งหมดที่ผ่านมาบอกอะไรกับ สิงห์

มันสอนเยอะเลยทีเดียว แต่สิ่งแรกที่คิดออกและชอบมันมากๆ คือการยอมรับความแตกต่างอย่างไร้เงื่อนไข คือตอนเราอายุน้อยกว่านี้ เราเห็นอะไรเราก็ชอบวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งคิดว่าคงเป็นกันเยอะในโลกเรานี้ ถ้าเราดูในสังคมออนไลน์ก็จะเจอตลอดเวลา แต่ปัจจุบันคำว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมันไม่สำคัญสำหรับเราแล้ว ซึ่งเราเชื่อว่ามันเป็นผลพวงมาจากการเดินทาง การได้เห็นความแตกต่างมากมายบนโลกใบนี้ ได้คุยกับทั้งชาวเผ่า ทั้งผู้ก่อการร้าย นักโทษประหาร นักการเมือง ท่านดาไลลามะ บาทหลวง พระ มันทำให้เรารู้สึก เออ ก็แตกต่างไปดิ ยอมรับโดยเงื่อนไขธรรมชาติว่าเราทุกคนล้วนแตกต่างกัน และไม่มีความอยากแม้แต่นิดเดียวว่าอยากให้คนมาคิดเหมือนเรา ไม่มีความคิดนั้นเหลืออยู่เลยในหัว แต่ว่าในอีกแง่นึงเราก็เข้าใจได้ว่านี่คงเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว การแข่งขันกันในทุกๆ ด้าน รวมถึงเรื่องความคิดด้วย แต่การเดินทางทำให้เราละทิ้งตรงนี้ไป ทำให้อยากเข้าใจ มากกว่าอยากเอาชนะ


The Untold Stories Part2 (เรื่องที่ยังไม่เคยถูกเล่า)

เกาหลีเหนือ

คือก่อนไปที่นี่ เราได้ยินมาเหมือนทุกคน กับเรื่องของระบบที่ทุกอย่างต้องเป็นหนึ่งเดียว ท่านผู้นำคือพระเจ้า หลายคนอาจจะคิดว่าบ้าสงคราม กดขี่มนุษยชนของประชาชนในประเทศ เราเก็บเรื่องพวกนี้ไว้ในหัวครึ่งหนึ่ง แล้วเราเคลียร์ที่อีกครึ่งหนึ่งไว้ ลองไปดูว่าจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันแน่ ถามว่าเกาหลีเหนือเป็นแบบที่เขาบอกกันไหม มีการจำกัดความคิด คำตอบคือมันเป็นครับ คือแน่นอนว่าทุกคนห้ามแตกแถว แต่มันไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่าเผด็จการเพียงคำเดียว คือเราเห็นคนเกาหลีเหนือแค่ในส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ใหญ่โต มีการเดินสวนสนามเป็นสเต็ปเดียวกันมา แต่ว่าผมมีโอกาสที่ดีคือได้ไปนั่งกินเบียร์กับคนเกาหลีเหนือ แล้วได้คุยกับเขา เขาก็เหมือนคนปกติทั่วไป เพียงแค่ในสังคมที่เขาอยู่มันมีข้อมูลเซ็ทเดียว ถ้าทำแบบนี้ถูก ทำแบบนั้นผิด แต่ว่าคนที่มีความสุขอยู่ในระบบนี้มันก็มีอยู่จริง ผมเชื่อว่าทุกระบบบนโลกนี้มันไม่สามารถสลัดความเป็นคนทิ้งไปได้ ถึงแม้ว่าจะมีอำนาจมากแค่ไหน สักวันก็จะถูกต่อต้าน แต่ว่าในระบบนี้ มุมนึงเขาก็มีการปิดกั้นการตั้งคำถาม แต่เขาก็ตอบสนองมันด้วยอย่างอื่น ประเทศนี้เขาพิมพ์มาเลยว่าความหมายของชีวิตคุณคืออะไร ถ้าคุณทำแล้วคุณเติมเต็ม คุณได้รับคำชื่นชม ทุกคนรอบตัวคุณตบมือให้ ทุกอย่างโดนตอบโจทย์โดยตรงนี้ 

Son Doong ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ถ้าสังเกตดีๆ ในรายการเถื่อน Travel ทุกๆ ตอนผมมักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคน ความเป็นคนในเกาหลีเหนือ ในสงคราม หรือแม้แต่ชาวเผ่าในทะเลทรายอันเวิ้งว้าง แต่ว่าที่นี่ผมไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับคนเลย ผมเล่าเกี่ยวกับธรรมชาติ ทุกๆ ครั้งเวลาที่เราได้เจอธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่มากๆ เนี่ยมันจะมีความรู้สึกแบบเอ่อล้นมากๆ ไม่รู้จะพูดมันออกมายังไง นั่งยิ้มอยู่คนเดียว ไม่พูดกับใครเลย เราแค่นั่งซึมซับกับสิ่งที่อยู่รอบตัวไป โดยที่ในหัวโล่งสิ้นเชิง ไม่ต้องคิดอะไรเลย เลยอยากจะนำเสนอเรื่องราวแบบนั้นในรายการบ้าง แต่ถามว่าทำไมต้องเป็นถ้ำ Son Doong เพราะมีธรรมชาติให้เลือกมากมายบนโลกนี้ แต่ทำทั้งทีมันต้องเป็นที่ๆ Unseen จริงๆ เท่าที่ผมรู้ในตอนนั้นเมืองไทยที่เคยไปมีแค่อนันดา (เอเวอร์ริ่งแฮม) คนเดียวเพราะเคยเห็นในไอจีเค้า ก็เลยเลือกไปที่นี่ คือเขาบอกว่ามีคนเห็นที่นี่น้อยกว่ายอดเขาเอเวอร์เรสต์ คือมันอาจจะไม่ได้ยากเท่าเอเวอร์เรสต์ แต่มันเพิ่งเปิดมาได้ 3-4 ปีเท่านั้น และก็ต้องจองล่วงหน้าเป็นปี เราก็อยากทำตรงนี้ ซึ่งทัวร์แค่ 5 วันหมดไปแสนกว่าบาท แต่พอได้ไปจริงๆ ความรู้สึกในถ้ำนั้นมันวิเศษมากจริงๆ ตอนที่เราได้เห็นช่องแสงต่างๆ ได้เห็นความสวยงาม ก็อย่างที่บอกเลยครับ มันเป็นความรู้สึกที่เอ่อล้นจริงๆ รู้สึกว่ากำลังได้เห็นงานศิลปะที่ธรรมชาติเขียนขึ้นมา

การเดินทางอาจจะไม่สำคัญเลย หากเราไม่สามารถเข้าใจในวัฒนธรรมและผู้คนที่นั่นได้ แต่ละก้าวที่ออกเดินทางมีความหมายกับชายคนนี้เป็นอย่างมาก “สิงห์” วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ชายผู้เดินทางมาแล้วกว่า 50 ประเทศบนโลกนี้ หลังจากที่เราได้อ่าน The Untold Stories ของเขาแล้ว เราต่างก็สัมผัสได้ว่า สิงห์ วรรณสิงห์ ได้ตักตวงเอาผลจากการเดินทางทั้งด้านความคิดและจิตใจ ถ่ายทอดร้อยเรียงออกมาผ่านเส้นทางสุดอันตรายจน สิงห์ วรรณสิงห์ กลายเป็นนักเดินทางผู้เล่าเรื่องที่ครองใจชาวท่องโลกในปัจจุบัน

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX