ชีวิตที่ไม่เคยขาด Passion ของสิงห์ วรรณสิงห์

หลายคนคงจะเคยเห็นบทบาทในวงการบันเทิงของ “สิงห์” วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล มาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งพิธีกร นักดนตรี นักเขียน ผู้ประกาศข่าว รวมไปถึงนักเดินทางในรายการ “เถื่อน Travel” แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายมุมที่เราจะเข้าไปถึงหนุ่มสุดติสท์คนนี้ ว่าแท้จริงแล้วอะไรคือ Passion ของเขา และความคิดที่ทำให้ทุกคนมองเห็นเขาในมุมต่างๆ

ตัวตนสิงห์ วรรณสิงห์

คือจริงๆ แล้วแง่มุมที่ทุกคนเห็น มันก็มีอย่างนั้นอยู่จริง เราว่า เถื่อน Travel มันเป็นรายการที่เป็นธรรมชาติมากๆ สำหรับเรา เป็นยังไงเราก็เป็นอย่างนั้น ซักกางเกงในออกทีวียังมีเลย ความ Idiot นั้นก็เป็นของจริงครับ (หัวเราะ) เราค่อนข้าง Idiot มากเวลาอยู่กับเพื่อน คือเป็นคนชอบมุขตลก เวลาใครอยู่ด้วยเราก็จะมีมุขตลกปัญญาอ่อนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันก็ขำบ้าง ไม่ขำบ้าง เป็นคนติ๊งต๋องพอสมควร แต่ด้านที่ไม่ได้เห็นในรายการ จริงๆ แล้วเวลาอยู่เมืองไทย จะเป็นคนติดบ้าน เพราะว่าไม่ค่อยได้อยู่บ้าน (หัวเราะ) พอได้อยู่ไทยแล้วต้องขออยู่บ้าน ไม่อยากไปไหนแล้ว ไม่ค่อยชอบไปปาร์ตี้เท่าไร อยู่บ้านเลี้ยงหมา อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ เป็นคนติดเกมส์พอสมควร 

คำจำกัดความ 3 ข้อ ที่บอกความเป็นสิงห์ วรรณสิงห์

คือถ้าให้มองตัวเองแล้วหยิบมา 3 ข้อ มันก็คงจะไม่ครบถ้วนอยู่แล้ว เพราะว่าสิ่งที่เรามองตัวเอง มันก็มักจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นจริง 100 เปอร์เซ็นต์ เราต้องให้คนอื่นช่วยมองด้วย แต่สิ่งที่เราเห็นในตัวเองและเชื่อว่ามันมีอยู่ คำแรกที่ผุดมาในหัวคือคำว่า "มุ่งมั่น" คือถ้าจะทำอะไร ทำจนเหนื่อย ก็จะทำอยู่ดี ชีวิตนี้เจอความล้มเหลวมาเยอะเหมือนกัน แต่ถ้าไม่เจอทางตันแบบมหากาพย์จริงๆ ก็จะไม่เลิก ข้อสองเป็นคน "ขี้สงสัย" มาก คือบางเรื่องที่คนอื่นเขาอาจจะไม่ได้สงสัยกัน เราจะอยากรู้มากๆ อย่างเช่น ผู้ก่อการร้ายคิดอะไรอยู่, ดาราหนังโป๊ชีวิตเป็นยังไง หรือโลกแห่งสงครามเป็นยังไงบ้าง คำถามเหล่านี้มันมักจะผุดขึ้นมา และก็จะตามมาด้วยการบ้าพอที่จะออกไปหาคำตอบ ข้อสุดท้ายเอาข้อเสียบ้างละกัน คือบางครั้งเป็นคน "หลงลืม" ข้างทางไปเยอะเหมือนกัน คือเราเป็นคนมีเป้าหมาย

มีสิ่งที่อยากจะทำในชีวิตตลอดเวลา แล้วก็จะอยู่ในนั้น จะหมกมุ่นมากๆ ตั้งใจทำตั้งแต่ตื่นยันนอน ทีนี้ปัญหาคือเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ยังมีคนอื่นที่ทั้งรักเรา เป็นห่วงเรา และต้องการการดูแลเอาใจใส่จากเรามากๆ ตั้งแต่ พ่อ แม่ แฟน เพื่อน หรือแม้กระทั่งหมาที่บ้านก็เหมือนกัน หลายๆ ครั้งเราลืมสิ่งเหล่านี้ไปเลย  ต้องคอยเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าอย่าหลุดเข้าไปในความตื่นเต้นของการผจญภัยมากจนเกินไป จนลืมชีวิตส่วนที่เหลือ แต่สิ่งเหล่านี้มันเพิ่งจะมาเข้าใจตอนโต ตอนเด็กเวลาจะไปไหนก็มุ่งไปแต่ข้างหน้าอย่างเดียว

Passion ของสิงห์ วรรณสิงห์

Passion เนี่ย ตลกดีนะครับ ผมเห็นหลายๆ คน หลายๆ สื่อ พูดถึงเรื่องการตามหา Passion และการค้นพบตัวเอง ไอ้เรานี่กลับมีปัญหาเพราะ Passion เยอะเกินไป และไม่เคยไม่มี Passion อยู่ในชีวิตเลย มันมีความอยากทำนั่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา ไม่เคยมีช่วงไหนในชีวิตเลยที่ไม่อยากทำอะไร ซึ่งมันก็มีทั้งข้อที่ดีและไม่ดี ด้านที่ดีก็อย่างที่เห็น ทำนั่นทำนี่มาเยอะ ด้านที่ไม่ดีก็คือบางครั้งมันร้อนรน และหมกมุ่นเกินไป แทนที่จะไปโฟกัสกับสิ่งที่เราทำ ก็คิดว่าอันนั้นยังไม่ได้ทำเลย อันนี้ยังไม่ได้ทำเลย Passion ที่ผ่านมามีเยอะมาก การเดินทางเป็นแค่หนึ่งในนั้น เราอยากทำเพลง เราก็ทำมาแล้ว ทำจนวงเจ๊งไปแล้ว (หัวเราะ) คิดว่าคงวกกลับมาทำอีก ถ้ามีเวลา อยากเขียนหนังสือ ก็เขียนมาแล้ว และก็เขียนอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้มี Passion นึงที่ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่ม แต่คิดว่าอีก 5-10 ปี อาจจะได้ทำ นั่นก็คือการทำหนัง ตอนนี้ก็กำลังลักจำจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในวงการ ถ้ามีเวลาคงไปตามเกาะผู้กำกับสักคนหนึ่ง ค่อยๆ เรียนรู้มันไป ซึ่งทุกครั้งเวลาที่อยากเริ่มอะไรก็จะไปถามคนที่รู้อยู่แล้ว แล้วเดี๋ยวเราก็รู้เอง อย่างเถื่อน Travel ก่อนไปผมก็ถ่ายวิดีโอไม่เป็นเลย เซ็ตไวร์เลสไมโครโฟนไม่เป็น ก็ไปถามมา สุดท้ายก็ออกมาเป็นเถื่อน Travel ได้

ทำไมต้อง “เถื่อน” ?

ตอนนั้นอยากเขียนหนังสือเรื่องการเดินทาง ซึ่งออกไปในปีที่แล้ว ชื่อ "เถื่อนเจ็ด" โดยตอนนั้นก็คุยกับทีมงานอยู่ แล้วก็คิดชื่อกันขึ้นมามากมาย ในกอง บก.ของทาง A Book ที่ตีพิมพ์หนังสือ มีคนบอกผมว่า "รู้มั้ย ชีวิตเอ็งน่ะเถื่อนมาก" เราเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะก็คิดว่ามันคือการเขียนเรื่องราวการเดินทาง สุดท้ายเราก็เลยเรียกมันว่า "เถื่อน" แล้วมันมี 7 บท ก็เลยจบที่ "เถื่อนเจ็ด" ไปเลย แล้วมันก็ขายดีมากพอสมควร ทีนี้เราอยากทำแนวนี้ต่อไปเรื่อยๆ เราก็สร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาเลยแล้วกัน ซึ่งถัดจาก "เถื่อน Travel" เราอาจจะมี "เถื่อน Company" สร้าง "เถื่อน Magazine" หรืออะไรก็ตามแต่ ก็เลยยึดเอาตรงนี้มาเป็นแกนหลัก แต่ถามว่าทำไมต้องเป็นการเดินทางแบบนี้ เพราะว่าการเดินทางแบบสบายเพื่อปรนเปรอตัวเองทั้งทางร่างกายหรืออาหาร มันไม่มีอะไรให้เล่า ก็ได้แค่รีวิว แต่ไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไร เราบอกทุกคนว่าเราไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว เราทำเกี่ยวกับสารคดี แต่สารคดีของเรามันจำเป็นต้องมีการเดินทางอยู่ในนั้น คนเลยมองเราว่าเป็นนักเดินทางไป แต่เรามองว่าสิ่งที่เราทำคืองานสารคดีมากกว่า ฉะนั้นการมีธีมที่ชัดเจนก็ทำให้มีจุดขายที่ชัดเจนและก็มี Topic ที่น่านำเสนอ ก่อนทำก็ไม่ได้คิดว่ามันจะฮิตเลย ตอนนั้นทำเพื่อตอบสนอง Need ตัวเองล้วนๆ และคิดว่าถ้ามันจะมีคนดูอยู่บ้างก็ตอน AV นี่แหละ (หัวเราะ) เพราะคนไทยก็คงสนใจอยู่แล้ว แต่ทำไปทำมา ปรากฏว่าคนดูเยอะมาก เดินไปไหนก็มีแต่คนทัก ดีใจ แต่ก็คอยเตือนตัวเองว่าอย่าให้สิ่งเหล่านี้มาเป็นเหตุผลในการเดินทาง ต่อไปไม่ใช่ทำเพราะว่ามันดังแล้ว ทำเพื่อให้คนมาชอบ ก่อนที่จะขึ้นสู่ซีซั่นสอง เราต้องลืมสิ่งเหล่านี้ให้หมด และกลับมาสู่แก่นของมันอีกครั้ง กลับสู่สังเวียนด้วยความรู้สึกเดิม  

เปรียบประสบการณ์การเดินทางของสิงห์ วรรณสิงห์ เป็นเพลง

คือการเดินทางเรามันตื่นเต้น อันตราย แล้วก็ผาดโผน ถ้านึกถึงเพลงมันคงเป็นเพลงที่ผมชอบฟัง พวก Electronic Ambient ต่างๆ อะไรประมาณนี้ แบบเสียงเปียโนซอฟท์ๆ คลอไปกับเสียงอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะมีบีทนิดหน่อย เหมือนเพลงที่จะเปิดในเลาจ์ มีไฟนีออนสีฟ้าเรื่อๆ เพราะว่านั่นคือความรู้สึกของเราเมื่อได้เดินทาง รู้สึกสงบ แม้ว่าเราจะอยู่กลางทะเลทรายอันร้อนระอุก็ตาม แต่เรากลับรู้สึกสงบ เหมือนมีเพลงแบบนั้นอยู่ในหัวตลอดเวลา ไอ้ความนอยด์เวลาอยู่บ้าน ความเครียด ความเหนื่อย ความกังวล มันหายไปหมดเลย ถ้าเราได้อยู่ในพื้นที่ของเราตรงนั้น ก็คงเป็นเพลงแนวนั้นมั้งครับ ไม่ต้องมีเนื้อร้องเลยมีแต่ดนตรีคลอไปเรื่อยๆ

สิงห์ วรรณสิงห์ ผู้ที่ไม่เคยไม่มี Passion อยู่ในชีวิต เราสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้ชายคนนี้ในหลายด้านๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านผลงานของสิงห์ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่บอกตัวตน สิงห์ วรรณสิงห์  สำหรับแฟนๆ สิงห์ ที่อยากรู้ว่าการเตรียมตัวไปลุยในแดนเถื่อนตาม Passion ของสิงห์นั้น จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง สามารถติดตาม How to ตะลุยแดนเถื่อน กับ สิงห์ วรรณสิงห์ ต่อได้ที่นี้ เร็วๆ นี้ครับผม

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX