ดี-เสียเคลียร์ชัดจดหรือไม่จด Vat แบบไหนดีกว่ากัน?

ผู้ประกอบการทั้งหลาย คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า จด Vat แต่จะมีใครสักกี่คนที่เข้าใจว่าเราจด Vat กันไปทำไม จดแล้วดีกว่าไม่จดยังไง วันนี้เราจะพาคุณไปไขคำตอบกัน!



อธิบายกันสักเล็กน้อยก่อนว่า Vat หรือชื่อแบบภาษาไทยว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม คือภาษีอากรประเภทหนึ่งที่เรียกเก็บจากการบริโภคของประชาชน หรือจากลูกค้าของธุรกิจนั้นๆ เป็นภาษีที่ถูกเรียกเก็บเมื่อมีการซื้อสินค้าหรือบริการ ยิ่งที่ถ้าใครเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อใดก็ตามที่คุณซื้อสินค้าสำหรับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า คุณก็ต้องทำการจ่าย Vat ให้กับร้านที่ซื่อของมา  ลักษณะนี้เราเรียกว่า “ภาษีซื้อ” จากนั้นเมื่อสินค้าของคุณขายได้ คุณจะได้ Vat จากลูกค้า ส่วนนี้จะเรียกว่า “ภาษีขาย” ซึ่งสามารถเอา Vat สองส่วนนี้มาลบกัน เพื่อจ่ายส่วนต่างให้กรมสรรพากร




มาเข้าเรื่องสาระสำคัญกันเลยดีกว่า ยิ่งถ้าคุณกำลังมีธุรกิจ หรือบริษัทของตัวเอง ข้อมูลนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องนำไปพิจารณาในเรื่องที่ว่า ทำธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ ดี ไม่ดี อย่างไร เพราะหลายเสียง ต่างก็บอกข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่เมื่อเราดูข้อมูลกันอย่างจริงจังแล้ว จะรู้ได้ว่ามีข้อดีและข้อเสียหลักๆ อยู่ดังนี้

ข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องรู้กันก่อนเลยก็คือ บริษัทแบบใดบ้างที่ต้องทำการทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งอันนี้ก็จะสามารถตัดความลังเลเรื่องจดหรือ ไม่จด ไปได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งบริษัทที่ต้องจดทะเบียนนั้นจะต้องมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ซึ่งเราสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตั้งแต่แรกเมื่อเปิดบริษัทได้เลย  หรือจะลองมาคำนวณรายรับดูก่อน แล้วถ้าพบว่ามีแนวโน้มที่จะเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือในกรณีที่ไม่ได้จดไว้ก่อน แล้วเกิดมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทในปีนั้นๆ ให้คุณรีบยื่นคำร้องขอทำการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายรับเกิน


  • ข้อดีถ้ามีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เมื่อใดก็ตามธุรกิจของคุณทำการจดทะเบียน นั่นจะทำให้คุณสามารถนำเอาภาษีซื้อ  ในเวลาที่ซื้อของมาทำการขอภาษีคืนได้ ซึ่งกลับกันหากเราไม่ได้จดทะเบียนมาก่อน ในส่วนของ ภาษีซื้อ 7% ที่เป็นต้นทุนของการผลิตสินค้าเราจะขอคืนไม่ได้

  • ข้อเสียของการจด Vat

มีข้อดีแล้ว มาลองดูข้อเสียกันบ้าง หลักๆ มีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่องคือ

1. คุณจะต้องทำการยื่นรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย (ภ.พ.30) ทุกเดือน ถึงแม้จะไม่มีการซื้อ หรือ ขายในเดือนนั้น คุณก็ยังคงต้องทำรายงาน

2. ในกรณีที่ขายสินค้าให้กับบุคคลธรรมดา ราคาสินค้าของคุณจะต้องแพงขี้น เนื่องจากราคาสินค้า นั้นจะต้องทำการบวก Vat 7% เข้าไปด้วยนั่นเอง


สุดท้ายแล้วคำตอบที่เหมาะสมที่สุดนั่นคือการที่เราควรทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพื่อที่จะได้ไม่มีสิ่งใดมาทำให้ธุรกิจที่เราดำเนินการอยู่สะดุด และยังเป็นความสบายใจของการทำธุรกิจอีกด้วย



ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX