10 ข้อแนะนำก่อนแพลนและมาเที่ยว Cebu (ซีบู) ประเทศฟิลิปปินส์

เวลาพูดถึงฟิลิปปินส์ เราจะนึกถึงหมู่เกาะที่มีมากถึง 7,641 เกาะรวมกันเป็นหนึ่งประเทศ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ผู้คนใจดี อารมณ์ขันและร่าเริงไม่ต่างจากคนไทย แถมรสชาติอาหารก็อร่อยไม่แพ้กัน ทั้งหมูย่าง ไก่ย่าง และ Street Food แทบไม่ต่างจากบ้านเรา เรื่องราคา รสชาติและความอร่อยก็เรียกได้ว่าลงตัวที่สุด!

และจาก 7,641 เกาะ เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์เงินเดือนธรรมดาแบบเพื่อนๆ จะเที่ยวให้ครบจบหมดทุกเกาะในทริปเดียว เพราะฉะนั้นเพื่อให้เพื่อนๆ เลือกเดินทางได้สะดวกขึ้น ตามรอยเอฟดับบลิวดี และไปไง มาไง ได้ง่ายๆ ในฟิลิปปินส์
เราเลยเลือกเกาะที่ฮอตฮิตที่สุด สวยงาม และใครๆ ก็มาเที่ยวได้ด้วยราคาเบาเบา 5 วันไม่เกิน 3 หมื่นบาทเท่านั้น!
และนี่คือ 10 ข้อแนะนำก่อนแพลนและมาเที่ยว Cebu (ซีบู) ประเทศฟิลิปปินส์
1. ใครๆ ก็มาเที่ยวซีบูได้ เพราะที่นี่ Free -Visa ให้คนมากที่สุดถึง 30 วัน 
เกาะสวย หาดใส น้ำตกใหญ่อลังการแบบนี้ คนไทยก็สามารถถือพาสปอร์ตเดินเข้ามาเที่ยวได้ง่ายๆ เพราะ
ประเทศนี้ฟรีวีซ่าให้คนไทยมากถึง 30 วัน เข้า-ออกได้เรื่อยๆ แบบไม่มีกำหนด ขอแค่แต่ละครั้งอยู่ไม่เกิน 30 วัน
สำหรับเราแนะนำให้มาเที่ยวประมาณ 4 คืน 5 วัน กำลังดีไม่เหนื่อยเกินไป หรือถ้าอยาก Adventure มาก เดินทางไปเที่ยวในหลายๆ เกาะ จะมาอยู่ต่อเนื่องยาวๆ ซัก 1 – 2 อาทิตย์ก็ไม่มีเบื่อแน่นอน เพราะอาหารถูกปากและค่าครองชีพเกือบจะเท่าๆ กัน 

2. เที่ยวได้เกือบทั้งปี มีแค่ 3 เดือนเท่านั้นที่ควรหลีกเลี่ยง! 

ฟิลิปปินส์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟและใกล้เส้นศูนย์สูตรเพราะฉะนั้นประเทศนี้เลยเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่นอยู่บ่อยๆ เหมือนประเทศญี่ปุ่น แต่ข้อดีของมันคือทำให้บริเวณนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ทะเลเลยสวยใสกว่าที่อื่นๆ พันธุ์ปลาหายากต่างๆ ก็สามารถพบได้ที่นี่ และช่วงเวลาที่ควรเดินทางมาเที่ยวมากที่สุดคือช่วงปลายปี ตั้งแต่พฤศจิกายน จนถึง กุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงหน้าหนาว กลางวันจะร้อน กลางคืนจะเย็นลงมานิดนึง แดดออกเยอะ เที่ยวได้ทั้งวัน 

และถ้าถามชาวต่างชาติหลายๆ คนจะบอกให้หลีกเลี่ยงช่วงหน้าร้อนคือเดือนมีนาคม - พฤษภาคม เพราะอากาศร้อนมาก แต่สำหรับเราที่พึ่งไปมาเมื่อเดือนมีนาคม จะบอกว่าร้อนจริง แต่ไม่ต่างจากประเทศไทยที่แดดค่อนข้างจัดตลอดเวลา แต่ข้อดีของมันคือตอนเย็นถ่ายรูปแสงจะสวยมาก สำหรับคนไทยอย่างเราๆ เที่ยวซีบูแบบซัมเมอร์ไม่ใช่ปัญหาเลยจริงๆ ส่วนช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงคือหน้าฝนเพราะเสี่ยงต่อการเจอพายุไต้ฝุ่นและฝนตกชุกทำให้ออกเกาะไม่ได้คือ ช่วงเดือนมิถุนายน จนถึงต้นตุลาคม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นซีบูเป็นเกาะสภาพอากาศเป็นเรื่องของการคาดการณ์เท่านั้น แนะนำว่าเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าใจพอก็ไปได้เลย เพราะมีเอฟดับบลิวดีประกันชีวิตช่วยดูแลทุกคนเอง

3. 3 ชั่วโมงครึ่งจากกรุงเทพถึงเกาะที่สวยและน้ำใสที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 
จากกรุงเทพเดินทางมาฟิลิปปินส์แค่ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ปัจจุบันมีเพียงสายการบินเดียวที่บินตรงคือสายการบิน ฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ แน่นอนว่าบินตรงราคาสูงกว่า แต่ก็สะดวกสบายกว่าแค่งีบนึงก็ถึงแล้ว ถ้าใครอยากประหยัดขึ้นมาอีกนิดก็สามารถใช้บริการสายการบินราคาประหยัดหลายสายการบิน บินจากกรุงเทพไปยังเมืองหลวงของฟิลิปปินส์อย่างกรุงมะนิลา ก่อนต่อเครื่องบินภายในประเทศไปยังเกาะซีบูโดยใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง

ไม่ว่าจะบินตรงหรือแวะเปลี่ยนเครื่อง ก็ไม่นานเกินรอ เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองและเงินในกระเป๋าที่สุดจะดีกว่า 

4. แลกเงินก่อนไป เตรียมซื้อของกินอร่อยๆ!
ที่นี่อาจไม่ใช่ดินแดนของคนรักการช้อปปิ้ง อาจไม่มีแบรนด์เนมหรูๆ ให้ตื่นตาตื่นใจ แต่ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักการกิน
เพราะอาหารฟิลิปปินส์นอกจากอาหารทะเลแล้ว ยังมีหมูย่างอร่อยๆ เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำที่เรียกว่า Lechon (เล-ชอน) และการมีเกาะทั้งประเทศมากกว่า 7,000 กว่าเกาะ อย่าพลาดทานอาหารซีฟู๊ดกันแบบสดๆ ด้วยนะ หรือเป็นสาย Café Hopping ก็มีหลายร้านให้เลือกใน Cebu City นี่เป็นอีกประเทศนึงที่ไม่ต้องกลัวเรื่องการกินกันเลย
สำหรับค่าเงินเรียกว่า ฟิลิปปินส์ เปโซ (PHP) โดยจะอยู่ที่ประมาณ 0.60-0.70 PHP ต่อ 1 บาทไทย อย่างช่วงที่เราเดินทางค่าเงินอยู่ที่ 0.63 PHP คิดง่ายๆ แบบกลมๆ คือ 100 เปโซ เท่ากับ 60 – 70 บาทไทยเท่านั้นเอง ค่าเงินของฟิลิปปินส์ถูกกว่าบ้านเราค่อนข้างเยอะ ทำให้จับจ่ายใช้สอยสนุกมาก! 

5. สายโซเชียลไม่ต้องกลัว จะออกเกาะไหนๆ ก็มีสัญญาณให้อัพรูป! 
เพื่อนๆ สามารถซื้อซิม Roaming จากหลายเจ้าได้ในเมืองไทยในราคาประมาณ 4GB 399 บาทสำหรับ 7 วันหรือสามารถมาซื้อได้ที่ปลายทางในสนามบินราคาจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 600 เปโซ หรือประมาณ 180 – 500 บาทขึ้นอยู่กับจำนวนวันใช้งานและความเร็วแรงของอินเตอร์เนต ถ้าเน้นสะดวกก็เปิดใช้งานจากไทยมาได้เลย แต่ถ้าเน้นถูกก็ค่อยมาซื้อที่ปลายทางในสนามบินได้เช่นกัน

6. หยูกยาต้องพร้อม ครีมกันแดดต้องมี พร็อบต้องแน่นและดูแลตัวเองอย่างรู้คุณค่า 
เที่ยวเกาะยังไงก็ต้องเผื่อไว้ก่อน! สำหรับใครที่ชอบเมารถ เมาเรือ ควรเตรียมยาประจำตัวไปด้วยเพราะเดินทางขึ้นรถ ลงเรือบ่อยๆ เดี๋ยวจะป่วยเอา แถมแดดที่ค่อนข้างแรงอาจจะทำให้ไม่สบายได้ง่ายๆ สิ่งสำคัญไม่แพ้พร็อบแน่นๆ ก็ หยูกหยานี่แหละ เตรียมให้พร้อมเสมอ คนเราเที่ยวให้หนักให้เหนื่อย Adventure ขนาดไหนก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ดี
ถ้ายังอยากสนุกมีความสุขกับการใช้ชีวิต ก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองอย่างรู้ค่า ด้วย Value Protector ประกันคุ้มครอง คุ้มค่า คุ้มภัย จากเอฟดับบลิวดีประกันชีวิต ที่จ่ายเบี้ยเบาๆ แต่คุ้มครองเราได้อย่างคุ้มค่าเพราะ สามารถเลือกจ่ายเบี้ยได้ 4 แบบ จะ 10 ปี 15 ปี 20 ปี หรือเลือกจ่ายชิลๆ ไปจนถึงอายุ 90 ปี ก็ได้ แล้วแต่ความต้องการ  มีหลักประกันดีๆ ให้ชีวิตแล้วจะไปใช้ชีวิตลุยแบบไหน ก็สบายใจไร้กังวล เที่ยวได้เต็มที่ รู้คุณค่าของตัวเองเพราะมีเอฟดับบลิวดีประกันชีวิตเขาดูแล ศึกษาความคุ้มค่าเพิ่มเติมให้ออกเดินทางอย่างไร้กังวลได้ที่ : https://www.fwd.co.th/th/protect/life-insurance/value-protector/

7. มาถึงซีบูอย่าขลุกตัวอยู่ในโรงแรม ออกไปดำน้ำ อาบแดดและเที่ยวเกาะ 
รอบๆ ตัวเมืองซีบูเองก็มีเกาะเล็กเกาะน้อยเยอะแยะมากที่เพื่อนๆ สามารถซื้อ One Day Trip กับทัวร์ท้องถิ่นออกไปได้ เพราะแค่ใกล้ๆ น้ำก็ใสจนใจละลายแล้ว อาทิเช่น Caohagan Islands, Nalusuan Island หรือ Pandanon Islands ได้ในราคาเพียงพันนิดๆ โดยซื้อผ่าน kkday.com หรือออกไปไกลหน่อยก็ยังมี Oslob อีกเกาะนึงที่หลายๆ คนฮิตไปดูเจ้าฉลามวาฬ และ Sumilon Islands รีสอร์ทหรูที่สามารถซื้อ One Day Tour ไปเอ็นจอยและใช้ Facilities บนเกาะได้อีกด้วย 

วีธีการเดินทางไป Oslob จากซีบูสามารถไปขึ้นรถบัสได้ที่ Southen Bus Terminal รถออกทุกๆ 30 นาที หรือเช่าเหมาแท๊กซี่จากตัวเมืองซีบูราคาเที่ยวละประมาณ 3000-4500 เปโซหรือประมาณ 2,000-3,500 บาท เดินทางประมาณ 3-5 ชั่วโมง

8. เที่ยวธรรมชาติเพิ่มสีสันความเขียวให้ทริป
ซีบูนอกจากเกาะเยอะแล้ว ความเขียวก็แน่น ธรรมชาติก็เพียบ ถ้าชอบน้ำตก ธรรมชาติ ป่าเขา ที่นี่ก็มีให้ เราแนะนำให้นั่งเรือจากซีบูออกไป Bohol ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ดู Chocolate Hills เนินเขาเล็กๆ หลายพันเนินที่มองลงมาจะเหมือนแท่งช็อคโกแลตขนาดใหญ่ หลายๆ คนเลยเรียกมันมาเจ้า Chocolate Hills และอย่าลืมแวะไปดูต้นกำเนิดของตุ๊กตาเฟอร์บี้อย่าง ตัว Tarsier กันด้วยนะ น่ารักน่าชังขี้เชาเชียวแหละ 

ด้านน้ำตกก็หลากหลายไม่แพ้กันอย่าง Tamalog Waterfalls ใน Oslob ที่ใหญ่กำลังดีทำให้เงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็นเป็นละอองน้ำกระทบแสงหล่นลงมาจากฟ้าสวยงามมาก
9. ที่นี่ควรเผื่อเวลาสำหรับทุกอย่าง! 
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่รถติดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเพราะฉะนั้นควรเผื่อเวลาไว้เสมอ เช่นนัดขึ้นเรือ 7 โมงเช้า จากโรงแรมไปท่าเรือ 30 นาที อย่างน้อยควรเผื่อไปเลย 1 ชั่วโมง เพราะรถติดมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะขากลับไปสนามบินควรเผื่อเวลาเดินทางจนถึงเช็คอินอย่างน้อย 4 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้พลาดต่อการเดินทาง เตือนและขอย้ำมากๆ ว่า ซีบูควรเผื่อเวลาเดินทางไว้ด้วยเสมอเพราะรถติดมาก

10. เตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกไปใช้ชีวิต 
สิ่งสำคัญที่สุดเวลาออกเดินทางคือ “ใจ” ใจที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นหรือสัมผัสมาก่อน บางคนออกเดินทางเพื่อไปพักผ่อนเฉยๆ แต่สำหรับที่นี่ควรออกเดินทางไปเรียนรู้และสัมผัสชีวิต ใช้ชีวิตแบบ Adventure ที่สุดเพื่อให้เราเติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าและรู้ถึงคุณค่าสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว 

ติดตามชีวิตการเดินทางที่ดีและมีคุณค่าในแบบเอฟดับบลิวดีและไปไง มาไง ได้ที่ www.wheredowego.in.th และ https://www.fwd.co.th/th/live/

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX