จากเพลงที่ไม่มีใครเอา ทำให้เขามีวันนี้ "หนาวที่แล้ว" The Toys

ฝีมือกีตาร์ชั้นเซียน การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ Overdrive Guitar Contest เล่นเครื่องดนตรีได้มากกว่าสิบชนิด ทั้งกลอง เบส เปียโน แซกโซโฟน ฯลฯ โดยที่ไม่เคยเรียนดนตรีจากสถาบันไหนโปรดิวซ์เพลงให้กับศิลปินดังๆ ระดับหัวแถวมามากมาย ปัจจุบันกำลังทำอัลบั้ม ที่เป็นผลผลิตของตัวเองทุกขั้นตอนในนาม The Toys กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ณ ขณะนี้ในอายุแค่ ยี่สิบสองปีเท่านั้น !

เริ่มต้นเล่นดนตรีได้ยังไง 

 “คือว่างแล้วไม่รู้จะทำอะไร เลยไปหยิบกีตาร์พ่อมาลองเล่นตอนห้าขวบ เล่นไม่เป็นด้วย นั่นเป็นจุดเริ่ม แล้วก็เล่นดนตรีมาเรื่อยๆ แต่ไม่ร้องเลย มาเริ่มร้องตอนเพลงหนาวที่แล้ว เพลงนี้แต่งขึ้นมาแล้วเอาไปเสนอค่ายๆ หนึ่ง ตั้งใจให้ศิลปินในค่ายนั้นร้อง เพลงมันดันไม่ผ่าน เราเสียดายไอเดียที่คิดไปในเพลง ทุกอย่างเราทำเองหมดเลย ตั้งแต่กลองเบส คีย์บอร์ด ฯลฯ ก็เลยร้องเองไปเลยดีกว่า แล้วก็ปล่อยลงชาแนลในยูทูป”  

คุณเคยออกสื่อๆ หนึ่งแล้วบอกว่าไม่ได้ชอบกีตาร์ แต่คุณได้แชมป์จากงานประกวด จะเรียกสิ่งนั้นว่าพรสวรรค์ได้ไหม
“ผมไม่เชื่อว่าพรสวรรค์มีจริง คือ Overdrive Guitar Contest  มันคืองานประกวดกีต้าร์ก็จริง แต่ถ้าเราเล่นกีตาร์โดยคิดว่ามันเป็นกีตาร์ มันก็จะได้แค่กีตาร์ แต่ผมเล่นกีตาร์ให้มันมากกว่านั้น เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอีดีเอ็ม เป็นเหมือนเครื่องมิกซ์ดีเจอะไรสักอย่างหนึ่งประมาณนั้น คือจริงๆ แล้วคนอื่นที่เข้ารอบแปดคนเก่งกว่าผมอีกในเรื่องกีตาร์ แต่ผมใส่ไอเดียเข้าไป”

ถ้าจะบอกว่าสภาวะแวดล้อมทำให้เก่งดนตรี เพราะคุณมีคนในครอบครัวเป็นศิลปินชื่อดัง ทั้งคุณน้าและคุณแม่
“ก็อาจด้วย แต่ว่าจริงๆ แล้วผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งเลยครับ แล้วคุณป้าเจินกับคุณแม่ไม่ได้สนับสนุนให้ผมอยู่ในวงการเพลงเลย แต่อาจจะด้วยที่ผมตื่นมาแล้วเจอแม่ซ้อมร้องเพลง ป้าเจินก็เปิดเพลงเปิดโน่นเปิดนี่มันทำไห้ผมได้ซึมซับไปตั้งแต่เด็ก”

คุณใช้ชีวิตต่างจากคนในวัยเดียวกันมาก ทำไมถึงกล้าที่จะทำแบบนี้
“มันคือเรื่องดีนะครับที่ใช้ชีวิตแบบคนอื่น มันคือเรื่องของการประกันความมั่นคงในชีวิต แต่ผมรู้สึกว่าความสามารถของผมมันตอบสนองกับแบบๆ นี้ มันต่อยอดได้มากกว่า ผมเลยเลือกที่จะทำ และด้วยความเด็กด้วย ไฟมันแรงมากที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง”



    

สิ่งที่คิดว่าประสบความสำเร็จที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมาคืออะไร
“ได้ร่วมเรียบเรียงเพลงให้กับศิลปินเพลงที่ผมชอบ อย่างโปเตโต้ เรสโทสเปก พี่ทอม ROOM39  พี่นิวจิ๋ว พี่เบลสุพล ฯลฯ โปรดิวส์คือการที่เราทำเพลงในนามคนอื่น บนคาแรกเตอร์ของคนอื่น แต่ The Toys เราต้องหาคาแรกเตอร์ของตัวเรา เช่น ผมไม่ใช่คนเสียงดัง ผมก็ต้องหาเพลงที่มันซัพพอร์ตต่อเสียงผมแบบ ร้องยังไงให้มันนุ่มแล้วไม่ต้องใช้พลังเยอะ แต่ถ้าผมทำเพลงของโปเตโต้ ผมก็จะทำแนวเพลงให้มันเป็นร็อกรุนแรงมากขึ้น คนละแบบกันเลย”   

คุณไม่ได้เรียนมาทางด้านดนตรีเลย แล้วเอาความรู้พวกนี้มาจากไหน
“คือเราก็พูดภาษาไทยได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเรียนภาษาไทย ดนตรีก็เป็นภาษาแบบหนึ่ง เมื่อมันเกิดการซึมซับที่มากพอก็สามารถถ่ายทอดได้ ตั้งแต่เด็กผมไม่เคยหยุดฟังเพลงไม่เคยหยุดเล่นดนตรีเลย แต่ถ้าถามว่าเรียนดีกว่าไหม มันก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว เพราะนั่นคือทฤษฎี คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากคนที่เขาผ่านมา ซึ่งมันง่ายกว่าการศึกษาด้วยตัวเอง”

                          

รับมือกับคำวิจารณ์ในด้านลบอย่างไร 

“ค่อนข้างโชคดีที่ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งจึงต้องพยายามให้เหนือกว่าคนอื่น มันคือการเรียนรู้และพัฒนาตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ผมเลยไม่ได้โฟกัสไปกับคำวิจารณ์เท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะในด้านลบหรือด้านบวก แต่จะโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ คือนอกเหนือจากชีวิตที่กินข้าว นอนหลับ ออกไปเตะบอลกับเพื่อนบ้าง นอกจากนั้นผมอยู่กับดนตรีตลอด มันเป็นส่วนหนึ่งของผมที่ไม่ใช่แค่การทำงาน ถ้าผมไม่ได้ศึกษาทดลองเพลงในแบบต่างๆ มันจะรู้สึกค้างคาจนนอนไม่หลับ”

ได้คุยกันอย่างจุใจกับ The Toys ศิลปินหน้าใหม่ไอดอลของเหล่ามิลเลนเนียล หวังว่าแง่คิดดีๆ จากมุมความคิดของผู้ชายคนนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ และเปิดมุมมองใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตให้กับเพื่อนๆ ได้บ้างนะครับ :)

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX