ชาติ สุชาติ กับชีวิตบนเส้นทางสายดนตรี

ชื่อ ชาติ สุชาติเป็นที่รู้จักกันจากเวทีระดับประเทศอย่างรายการเดอะ วอยส์ ไทยแลนด์ รวมไปถึงเพลงของเขานั่นคือเพลง “การเดินทาง” ด้วยน้ำเสียงและการสื่ออารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้พี่ชาติเป็นคนที่น่าจับตามองอย่างรวดเร็ว หลังจากเข้าวงการ พี่ชาติมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในชีวิตบ้าง และอะไรที่นำพาพี่     สุชาติมาถึงจุดนี้ เรามาทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้ให้ลึกซึ้งกว่าเคย ไปค่ะพี่สุชาติ!

เรา : ก่อนเข้ามาแข่งรายการเดอะวอยส์ ส่วนใหญ่คนจะรู้จักพี่ชาติในฐานะเจ้าของร้าน นักดนตรีกลางคืน เราอยากทราบว่าตัวตนของพี่ชาติเป็นคนยังไงคะ

พี่ชาติ : เป็นคนดีครับ

เรา : เอ่อ...ดูจะเป็นคนตลกนะครับ… ปัดโธ่! หมายถึงนิสัยใจคอ บุคลิก อะไรแบบนี้น่ะครับ

พี่ชาติ : ก็เป็นคนปกติครับ ก็มีหลายมุม เป็นคนซีเรียสกับการมองโลก  เช่นความไม่ถูกต้องของเรื่องมนุษย์ที่ทำต่อมนุษย์อีกคนหนึ่ง อะไรที่ไม่ถูกต้องนิดเดียวก็จะรู้สึกไม่ถูกต้อง แต่จริงๆไม่ได้อะไรมากมาย ชิลล์ๆ ขี้อาย เข้าสังคมยาก

เรา : เข้าสังคมยาก?

พี่ชาติ : เริ่มคุยก่อนไม่เป็น คุยไม่เป็น ตอบคำถามสั้นๆ ผมไม่รู้จะตอบยังไง

เรา : ที่บอกว่ามีปัญหาเข้าสังคม ตอนนี้ดังแล้ว อยู่ในสื่อหรือในวงการดนตรี มีการปรับตัวบ้างไหม?

พี่ชาติ : ก็ฝืนนะ พอฝืนก็จะไม่ธรรมชาติ เราก็เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้ว แต่ก็พยายามเข้าหาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางทีก็อยากจะทำตัวดีกว่านี้ เวลาเจอคนไม่รู้จัก ทั้งที่ใจเราอยากจะทำตัวให้ดีกว่านี้ แต่บางทีการแสดงออกมันไม่ใช่ เรารู้ตัวเอง และมีแต่ใกล้ตัวที่บอก

เรา : หลังผ่านรายการเดอะวอยซ์ ชีวิตเป็นอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่

พี่ชาติ : มันไม่ได้เกิดจากการคาดหวังอะไร ผมไม่ใช้ชีวิตแบบคาดอะไรไว้ก่อน ทุกอย่างมันมาเองของมัน ประสบความสำเร็จแบบไม่ได้วางไว้ เพราะไม่ได้คาดหวังอะไรไว้

เรา : มาประกวด แต่ไม่ได้คาดหวังจริงๆ เหรอ?

พี่ชาติ : ตอนเข้ารอบได้เราก็คิดว่าเราเก่งเหมือนกัน แต่ที่ไม่ได้คาดหวัง มาประกวดตอนนั้นเพราะตอนนั้นมาเที่ยวครับ เอากีต้าร์ติดไป พี่ผมชวนไปภูเก็ต พี่ไปออดิชั่น ผมก็เลยไปด้วย จนมาเป็นถึงทุกวันนี้

เรา : ความฝันที่สุดในชีวิตหรือสายทางดนตรีคืออะไร?

พี่ชาติ : อยากมีเพลงของตัวเองมากที่สุด คือมีอัลบั้ม ผมมองความไกลหลายแบบ คือตรงนี้เหมาะกับเราไหม ถ้ามากไปเราก็อยากกลับไปจุดที่เล็กกว่านี้ จุดที่เราไม่ต้องฝืนมากแต่เราแฮปปี้ บางทีผมอาจจะชินกับตรงนี้ หรืออีกหน่อยผมอยากจะเป็นชุปเปอร์สตาร์ก็ได้ อะไรก็เกิดได้เพราะผมไม่ได้คาดไว้ (หัวเราะ)

เรา : การเป็นนักดนตรีเป็นศิลปินเป็นความฝันตั้งแต่เด็กเลยไหม?

พี่สุชาติ : ใช่ครับ เป็นความฝันตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นอย่างเดียวที่เราทำได้ดี อย่างอื่นไม่ถนัด

เรา : แรงบันดาลใจหลักๆ ของเรามาจากไหน?

พี่ชาติ : จากทีวี ศิลปินที่ชอบ เช่น เดมี่ ไรซ์ เน้นคนเขียนเพลงดีๆ

เรา : นอกจากความฝันเรื่องดนตรี ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม?

พี่ชาติ : มีมุมหนึ่งที่เราคิดว่าการเล่นดนตรีเป็นแค่งานอดิเรก ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ก็เคยไปเรียนช่างอิเลคโทรนิกส์ เพราะเห็นคนทำหุ่นยนต์เป็นดูเท่ดี ตอนนั้นเรียนหลายอย่างมาก  ไปเรียนจีนเพื่อธุรกิจบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ซิ่ว และสุดท้ายก็มาจบที่ดนตรี ผมเรียนจบดนตรี

เรา : มีจุดพีค จุดแย่ หรือจุดเปลี่ยนชีวิตอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา

พี่ชาติ : ดูเหมือนจะไม่มี ความจริงทุกคนต้องมี

เรา : อาจจะเป็นเพราะพี่ชาติมองทุกอย่างเป็นเรื่องเล็ก

พี่ชาติ : อาจจะเป็นไปได้ เหมือนเราจะตอบแบบไร้จิตใจ แต่จริงๆไม่ใช่ จริงๆ จุดที่เราเจอมันเป็นแค่ความไม่คุ้น

เรา : หลังเข้าวงการไม่รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลยใช่ไหม?

พี่ชาติ : ผมไม่ได้มีความมั่นใจอะไรขนาดนั้น ผมไม่ได้มองสูง ค่อนข้างจะมองลงต่ำ ไม่ใช่จุดไม่ดีนะ หมายถึงจุดธรรมดา ตรงที่สบายใจที่สุดสำหรับผม

เรา : ถ้าเรียกตัวเองจะเรียกตัวเองว่าเราเป็นศิลปิน นักดนตรี หรือนักร้อง

พี่ชาติ : นักดนตรีครับ คำว่าศิลปินต้องให้คนอื่นพูดนะ เราไม่กล้าเรียกตัวเองขนาดนั้น

เรา : เคยมีโมเม้นอยากจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งไหม?

พี่สุชาติ : มีครับ คืออยากใกล้พ่อแม่อีกครั้ง อยากอยู่ใกล้ๆ นอนด้วยกัน

เรา : เวลาเหนื่อยๆ อยากกลับไปชาร์จแบต คือกลับไปหาพ่อแม่หรือเปล่า?

พี่ชาติ : ไม่ใช่ครับ พ่อแม่ไปหาพราะคิดถึง แต่ชาร์จแบตทำได้หลายวิธี ไปหาพ่อแม่ก็ใช่แต่ไปที่อื่นก็ใช่

เรา : ถ้าให้เลือกไปไหนสักที่อยากไปที่ไหน?

พี่ชาติ : ที่ไหนก็ได้ที่มีตึกน้อยที่สุด ต่างจังหวัด

เรา : เปรียบเทียบการเดินทางที่ผ่านมาของชีวิตคิดว่าเป็นเส้นทางชีวิตของเราแบบไหน?

พี่ชาติ : มันไม่ได้แย่แต่ไม่ได้เพอร์เฟค เหมือนทางคอนกรีตที่มีลูกระนาดนานๆครั้ง ลูกระนาดเหมือนอุปสรรค อุปสรรคมาบ้างเพื่อเตือนเราไม่ได้มาทำร้ายเรา แต่เราเบรกทัน ส่วนใหญ่เราจะคิดทัน

เรา : คิดว่าตัวเองเป็นคนมองโลกในแง่บวกไหม?

พี่ชาติ : บวกครับ มีความสุขกับอะไรง่าย แต่ก็เศร้าง่ายด้วย แต่จำอะไรไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยจำ ตอนนี้มันดีและต่อจากนี้อีก 5 ปีมันจะดี จะไม่ได้จำอะไรมากไปกว่านั้น

เรา : ช่วยเล่าความสุขบนเส้นทางนักดนตรีให้ฟังหน่อย

พี่ชาติ : ผมมีความสุขกับการเขียนเพลง การผลิต การเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเล่นสดหรืออยู่เบื้องหลัง เล่นสดเราได้สื่อสารด้วยน้ำเสียงเราเล่าเรื่องให้ได้ดีที่สุด การเขียนเพลงก็เป็นการเล่าเรื่อง เหมือนเราได้ระบายอะไรที่เราคิดไว้ในหัว เข้าห้องอัดก็มีความสุข ได้เห็นคนชอบเพลงเราก็มีความสุข ถ้าเราเป็นนักดนตรีแล้วเรามองโลกให้เป็นศิลปะ มันก็มีความสุขจริงๆ

เรา : ฝากอะไรถึงแฟนๆ หน่อยครับ ?

พี่ชาติ : ฝากเพลงและฝากชื่อ คนจำชื่อได้ ชาติ เพลงที่จะทำต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคต ตอนนี้ทำเพลงอย่างเดียว ก็ฝากเพลง ฝากฟังด้วยนะครับ (พูดเพราะ)

เรา : ชอบเพลงไหนของตัวเองมากที่สุด?

พี่ชาติ : ตอนนี้ยังไม่มีครับ ผมอยู่ตั้งแต่กระบวนการแต่ง ผลิต มีการเบื่อเหมือนกันนะ ถ้าตอนประกวดชอบเพลงคนบนฟ้า ชอบที่สุด เพลงเศร้าเล่าเรื่องง่าย เพราะผมเล่าเรื่องสนุกไม่เก่ง เพลงเศร้ามันแทรกซึมง่าย เข้าถึงง่าย หมายถึงคนสื่อนะ คนฟังเขาอาจจะชอบเพลงสนุกไม่ชอบเพลงเศร้าก็ได้

เรา : วัยรุ่นที่มองพี่ชาติเป็น idol พี่ชาติอยากบอกอะไรกับเขา

พี่ชาติ : อย่าหยุดครับ อะไรที่เราทำไม่หยุดมันจะถึงเอง หาสิ่งที่ชอบให้เจอให้เร็วที่สุด และทำมันไปเรื่อยๆอย่าหยุด ทำด้วยความรัก อย่าฝืน ถ้าทำด้วยความรักมันจะเร็วมาก

เรา : อะไรที่เป็นสิ่งที่ Young at heart สำหรับพี่ชาติ สุชาติ?

พี่ชาติ : ผมว่าอายุไม่เกี่ยว หลายคนมองว่าอาชีพนักดนตรีเป็นได้แค่ระดับหนึ่ง แต่ผมคิดว่าอาชีพนี้ทำได้ตลอดเวลา ผมเชื่ออย่างนั้น ถ้าอายุ 70 ปี ผมมองว่าผมเป็นคนแก่ที่เท่ เล่นดนตรี เหมือนพี่เป๋า วงนั่งเล่น เป็นคนแก่ที่ใจดี เข้าใจโลก :)
ชาติ สุชาติ ชีวิตที่มองโลกง่ายๆสบายๆ ทำให้ชีวิตผู้ชายคนนี้ไม่เคยมีอุปสรรคอะไรที่สามารถปิดกั้นเส้นทางตามความฝันของเขาได้ เป้นบทพิสูจน์ให้เราเห็นว่า ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราทำตั้งใจทำ สานฝันด้วยความรัก หากเราไม่ยอมแพ้ สักวันความฝันจะอยู่ในมือของเราอย่างแน่นอน

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX