“ถ่ายเพื่อเปลี่ยนโลก” ชิน ศิรชัย กับมุมมองน่าคิดผ่านชีวิตช่างภาพ

ในยุคที่คนส่วนใหญ่พกมือถือถ่ายรูปได้บางทีอาจจะใช้มันเพื่อแชร์ในสิ่งที่มีหรือเรื่องราวต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจจะเพื่อตอบสนองความสุขในด้านของความต้องการการยอมรับหรือคำชื่นชมซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของ ยอดไลค์ ยอดแชร์ แต่ “ชิน” ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ถ่ายภาพเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก ภาพถ่ายของเขาได้เปิดเผยเรื่องราวในหลายๆ ด้านที่เราอาจจะยังไม่เคยรู้ การทำงานของเขาคือการต่อสู้ ที่ไม่ใช่ด้วยอาวุธใดๆ เพียงแต่ใช้กล้อง…….และหัวใจ 

ถ่ายภาพให้ NG มันไม่เหมือนกับการทำงานแบบช่างภาพสายท่องเที่ยว ที่ออกกองไปเอาภาพสวยๆ แล้วกลับมา ของเราจะเตรียมเนื้อเรื่องไปก่อน เตรียมประเด็น หาข้อมูล รีเสิร์ช เสร็จแล้วก็มานั่งทำสคริปท์

เชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จัก National Geographic เป็นอย่างดี เพราะนี่คือสื่อสารคดีชั้นนำระดับโลกที่มีเอกลักษณ์ในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึก ผนวกกับภาพถ่ายที่มีความหมาย ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งกินใจ  และปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพถ่ายเล่าเรื่องได้ คือส่วนสำคัญที่คนโจษจันถึงมากที่สุดใน National Geographic  “ชิน” ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพมือรางวัล 1 ในคนไทยไม่กี่คนที่ได้รับโอกาส ในการถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมองที่น่าสนใจผ่านเลนส์ แต่กว่าจะออกมาเป็นภาพสวยๆ ให้เราได้เห็นนั้นใครจะรู้บ้างว่าบางครั้งเรื่องราว Behind the Scene ของแต่ละภาพมันแทบจะแลกมาด้วยชีวิต และต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมากขนาดไหน!

“เราเน้นที่ประเด็นกับเรื่องราวครับ ถ่ายภาพให้ NG มันไม่เหมือนกับการทำงานแบบช่างภาพสายท่องเที่ยว ที่ออกกองไปเอาภาพสวยๆ แล้วกลับมา ของเราจะเตรียมเนื้อเรื่องไปก่อน เตรียมประเด็น หาข้อมูล รีเสิร์ช เสร็จแล้วก็มานั่งทำสคริปท์ เหมือนเป็น Storyboard เสร็จแล้วค่อยแพลนออกไปถ่าย แต่ถ้าเป็นของผมจะเขียนไอเดียในการถ่ายลงไปด้วย ว่ามีวิธีการทำงานอย่างไร แล้วก็เขียนสรุปทำเป็น Proposal ส่งให้ทางกองดู บางคนก็ไม่ส่งนะครับ แต่ NG นอกเขาสอนผมมาว่าให้ทำแบบนี้ ผมก็เลยทำละเอียด”

“ผมเอาสเกลงานนั้นมาปรับใช้กับที่นี่ครับ ก็คือจะละเอียดหน่อย ก็เหมือนเราจะคิดไว้ก่อนแล้วว่าจะมีรูปยังไงบ้าง จะไม่ถ่ายซ้ำๆ เดิมๆ ให้น่าเบื่อ ต้องวางเรื่องราวในหัวก่อน”

ชินเริ่มเป็นที่รู้จักจากการที่เขาได้รับรางวัลถ่ายภาพมากขึ้น ผู้คนเริ่มให้ความสนใจในผลงานของเขา ซึ่งฝีมือของเขาเองไปเตะตาช่างภาพของ National Geographic รายนึงเข้า จนทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของ ชินกับ NG ในประเทศไทย

“กว่าจะได้ร่วมงานกับทาง NG นอกยากครับ เดี๋ยวปีหน้าผมจะได้ไปร่วมงานกับทางนั้นแต่ในฐานะผู้ช่วยควบช่างภาพเบื้องหลัง แต่ NG Thai ก็ยากอยู่ดีครับ เพราะทางกองจะดูจากรายชื่อช่างภาพที่มี เลือกหาคนที่เหมาะที่สุดที่จะถ่ายทอดเรื่องราวนั้นๆ ออกมา”

ผมเริ่มทำงานให้กับ NG ไทยตั้งแต่ปีที่แล้วครับ เริ่มจากที่ได้รางวัลจากงานประกวดสิบภาพเล่าเรื่องของทาง NG Thai ซึ่งผมส่งเรื่องตอนที่ยังทำงานอนุรักษ์อยู่ที่เกาะเต่าสมัยเพิ่งเรียนจบไป แต่ตอนนั้นผมก็เริ่มทำวิทยานิพนธ์ ป.โท อยู่เรื่องปลาฉลาม ทางทีมก็เลยแนะนำว่าทำไมไม่ลองถ่ายเรื่องปลาฉลามที่ผมทำวิจัยดูล่ะ ผมก็ไปถ่ายภาพระหว่างทำงานวิทยาศาสตร์มาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ได้ตีพิมพ์ลง NG Thai นี่ล่ะครับ แต่ระหว่างนั้นผมก็แข่งประกวดงานต่างๆไปเรื่อยๆ เหมือนกันจนสุดท้ายได้ทุน ช่างภาพอนุรักษ์ทางทะเล จากทาง Save Our Seas Foundation ซึ่งได้ Mentor เป็นช่างภาพของ NG นอก ชื่อ Thomas P. Peschak แล้วเขาก็ส่งไปฝึกดูงานที่ Headquarter ที่ Washington D.C. ซึ่งก็ได้ไปดูวิธีการทำงาน การวางแผน การร้อยเรียงภาพ ในการเล่าเรื่องสารคดีครับ”

“ถ้าอ้างจากสถิติของ NG นอก ส่วนใหญ่แล้วช่างภาพของเขามักไม่ได้เรียนจบเรื่องการถ่ายภาพมาโดยตรง แต่จบมาจากวิชาเฉพาะทางหลายๆ ด้าน เช่น Biology หรือ Archaeology ซึ่งผมเองก็เรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ซึ่งก็เริ่มมาจากทางนี้โดยตรงครับ ผมเองก็เริ่มถ่ายภาพเพราะต้องการเล่าเรื่องงานวิจัย เล่าเรื่องประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ได้เห็นมา อย่างล่าสุดนี้ที่คนเข้าไปถ่ายเรื่อง The Last Honey Hunter คนเก็บน้ำผึ้งป่าที่มีฤทธิ์มึนเมาที่เนปาล ช่างภาพที่ไปถ่ายเขาก็เป็นนักผจญภัย นักปีนเขามาก่อน หรือแม้แต่ Thomas P. Peschak เขาก็เคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาก่อนจับกล้องเช่นกัน”

“การทำงานของ Thomas เขาสุดยอดมากครับ มาตรฐานงานของเขาสูงมากๆ อย่างตอนที่ผมไปดูงานที่ NG Headquarter ที่ Washington เขาก็เพิ่งบินตรงมาจาก Galapagos ที่ไปอยู่มาสามเดือนเต็มๆ ถ่ายภาพมาคัดเยอะมากน่าจะราวๆ 300,000 รูป ซึ่งก็นั่งคัดภาพกันอีก 2-3 วันกว่าจะเหลือ 100 รูป ซึ่งคุยไปคุยมาสรุปว่าพวกเขาคิดว่าภาพมันยังไม่พอ ยังไม่ถึง ก็เลยกลับ Galapagos ไปทำงาน ต่ออีกสองเดือน ซึ่งขั้นตอนการทำงาน ระยะเวลาการทำงาน เรี่ยวแรงที่เขาลงไปเพื่อสารคดีเรื่องเดียว และผลงานที่ออกมาก็สุดยอดสมกับความทุ่มเทในงานของเขาครับ”

การผสมกันที่ลงตัวของการผจญภัยและการถ่ายภาพแบบเล่าเรื่องได้ดี ทำให้ผลงานของ ชินปรากฏต่อชาวโลกในวงกว้างขึ้น แต่อาจจะเหมือนที่ทุกคนเคยประสบพบเจอในการทำงานบ้าง นั่นก็คือมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไป

“ผมได้ทำเรื่องการทำลายป่าโกงกางที่เกาะ Bimini ประเทศ Bahamas ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กับ Miami นั่งเครื่องบินประมาณ 20 นาทีถึง เกาะนี้เป็นพื้นที่แห่งเดียวที่มีป่าโกงกางของ Grand Bahamas Bank ฝั่งตะวันตกซึ่ง เป็นแหล่งอนุบาลของสิ่งมีชีวิตมากมาย มันเป็นเกาะเล็กๆ ที่ทำให้ท้องทะเลพื้นที่นั้นสมบูรณ์ แต่ว่าโดนบุกเข้าไปทำคาสิโน ทำรีสอร์ทขนาดใหญ่ ทำกันมานานแล้วครับ 20 ปี ต่อต้านกันมานานแล้วด้วย แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ ผมก็เข้าไปถ่ายภาพเป็นเรื่องราว 20 รูป หนึ่งภาพที่ชอบคือภาพจากโดรนถ่ายลงมาเห็นเกาะ ที่มองพื้นที่ด้านหลังเป็นพื้นที่ก่อสร้างหมดเลย พอเห็นภาพนั้นแล้วรู้สึกใจหาย มันรู้เลยว่าฉากหน้าที่เป็นการสร้าง มันต้องทำลายอะไรลงไปบ้างเพื่อแลกกันมา”

“ ล่าสุดที่ไปปากบารา (จ.สตูล) ไปถ่ายภาพเปิด ผมก็ขอติดไปกับเรือชาวประมงพื้นบ้าน ก็ออกไปทั้งวันเลย โดนแดดเผาเกรียม วันแรกไม่ได้ ออกไปอีกวันที่สองโดนแดดเผาทั้งวันเหมือนเดิม ไม่ได้อีก ระหว่างที่กำลังจะกลับฝั่ง กลับมาเกาะหลีเป๊ะเนี่ย มันมีปลากระโทงลอยขึ้นมา ชาวเลเขาบอกว่าไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน มันคือโชคที่แบบว่าดีใจมาก ปลาโทงนี่เป็นสัญลักษณ์ของท้องทะเลอันดามันของไทย ผมต้องการสื่อถึงสิ่งที่มนุษย์กระทำกับอันดามัน วันนั้นอยู่ดีๆ ปลากระโทงมันลอยขึ้นมาตายตรงหน้าให้ผมถ่ายเลย ถ้ามันตายนานแล้วเลือดมันจะไม่สด ซึ่งชาวเลแถวนั้นก็ไม่เคยเห็นที่อยู่ๆ มันลอยขึ้นมาตายแบบนี้ ผมก็โดดลงน้ำไปถ่าย เลยได้ภาพมา อันนั้นลุ้นอยู่ว่าจะคว้าน้ำเหลวเหมือนกัน”

“ช็อตที่ผมชอบส่วนใหญ่จะเป็นช็อตที่เกิดขึ้นแบบงงๆ ไม่ได้ตั้งใจแต่มันได้เองมากกว่า งานชิ้นนั้นน่าจะป็นงาน NG ชิ้นที่สอง ทำเรื่องอันดามันกำลังป่วย ไปถ่ายสองคนกับพี่เริงฤทธิ์ คงเมือง ก็ไปขึ้นเรือประมง เรืออวนล้อม จับปลากลางคืน คือวนทั้งคืน เหนื่อยมาก จนรุ่งเช้า ลมค่อนข้างสงบดี คลื่นไม่มี แดดอ่อน ลมไม่มี ผมก็เห็นแล้วว่ามันลงน้ำได้ ก็รีบประกอบอุปกรณ์กันน้ำให้กล้อง ลงไปว่ายดูแล้วเห็นอวนมันค่อยๆ รวบเข้ามาแล้วสัตว์ทะเลเยอะมากๆ ผมก็รีบถ่ายรัวๆๆๆ เลยได้ช็อตนี้มา ซึ่งผมไม่คิดว่าจะถ่ายช็อตนี้ได้ ซึ่งมันเหนือกว่าที่เราแพลนไว้เยอะมาก”

ว่ากันว่าผีเสื้อธรรมดาตัวนึงกระพือปีก แม้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศแค่นิดเดียว แต่ภายหลังมันอาจก่อให้เกิดพายุทอร์นาโดขึ้นได้ สิ่งที่ ชินกำลังทำก็คงไม่ต่างกัน เขาได้ใช้ภาพถ่ายที่นอกจากจะเล่าเรื่องแล้ว ยังสามารถช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งที่อยู่รอบตัวเขาอีกด้วย ซึ่งเป็น Passion ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เด็กโดยที่แทบจะไม่รู้ตัว

“คือจริงๆ แล้วผมชอบดูสารคดีมาตั้งแต่เด็ก รับสารจากพวกนี้เข้ามาในสมองในความคิดเยอะมาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มาเป็นช่างภาพของ NG”

“สำหรับผมมันยิ่งทำก็ยิ่งชัดเจน ยิ่งงานออกไปแล้วสร้างผลกระทบ อย่างที่ปากบารา โปรเจคท์มูลค่ามหาศาล มันคือสิ่งที่รัฐบาลวางแผนไว้อยู่แล้ว ถ้าเขาจะทำจริงๆ มันก็ทำได้ แต่สิ่งที่เราทำมันคือการพิสูจน์ว่ามนุษย์ได้ทำลายอะไรไปบ้าง และการพัฒนามันต้องแลกกับอะไรบ้าง ปัจจุบันถ้าเสียพื้นที่นี้ไปอันดามันไม่มีทางได้ขึ้นเป็นมรดกโลก ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นจริงๆ มันจะกระทบอุทยานแห่งชาติถึงสามแห่ง แต่สิ่งที่ผมทำมันมีโอกาสช่วยได้ ผมเลยทำ ”

“ก็มีคนมาเตือนบ้างครับว่าให้ระวังนะอย่าพูดอะไรออกไปแบบนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องราวอะไรหรือใครมาทำอะไรหรอกครับ เพราะผมไม่ได้มีเจตนาไปขัดผลประโยชน์ใครเลย เพียงแค่เล่าความจริงเล่าปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นแค่นั้น เพราะมันคือสมบัติของทุกคนครับ”

จุดที่ “ชิน” ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ยืนอยู่และสิ่งที่เขาได้ทำไม่ใช่แค่เพียงเป็นคนไทยที่ได้มีโอกาสทำงานกับองค์กรระดับโลก และบอกให้กับต่างชาติได้รับรู้ฝีมือของคนไทย แต่ยังเป็นการช่วยเหลือและอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติไว้ให้ชนรุ่นหลังได้รับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งเหล่านี้อีกด้วย

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX