ไปให้สุดกับเส้นทางที่ตัวเองรัก กับช่างภาพสุดเท่ Rockkhound 

รูปถ่ายของใครหลายๆ คนอาจจะเป็นเครื่องบันทึกสถานที่ กาลเวลา และความทรงจำที่มีร่วมกับใครสักคน แต่สำหรับเจ้าของ instagram สุดเท่ที่ชื่อว่า Rockkhound หรือ ตั้ม-ชนิพล กุศลชาติธรรม สจ๊วตหนุ่มที่เปลี่ยนการถ่ายภาพในแบบที่เขาหลงใหลให้กลายเป็นอีกอาชีพหลัก เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารูปภาพของเขาคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนและมุมมองที่แตกต่างของเขาออกมาได้อย่างน่าจับตา มาสำรวจตัวตนของช่างภาพหนุ่มที่เต็มไปด้วย passion คนนี้ผ่านบทสนทนานี้กัน

จุดเริ่มต้นการเดินทางของ Rockkhound

“ตอนผมเรียนจบใหม่ๆ ผมชอบภาษาอังกฤษมากเลยตัดสินใจไปทำงานอยู่อเมริกาช่วงหนึ่ง ผมชอบตัวเองที่อยู่ที่นู่น สมองผมเปิดกว้างและมีอิสระมาก พอเรามีประสบการณ์ดีๆ ที่นู่น ผมก็เลยอยากกลับไปอีก แต่ที่บ้านก็เหมือนไม่อยากให้ไป ผมเลยต้องหาอาชีพที่ทำให้เราได้เที่ยวและได้เงินเยอะ ผมก็เลยเริ่มทำอาชีพสจ๊วต ส่วนตัวผมเป็นคนชอบถ่ายรูปอยู่แล้วก็เลยถ่ายจริงจังมาตั้งแต่ตอนนั้น เป็นสองอาชีพที่ค่อยๆ โตมาพร้อมกัน ส่วนชื่อ Instagram (@Rockkhound) ผมคิดมาจากตัวละครในหนัง Armageddon ที่ผมชอบ ผมไม่เคยคิดเลยว่าชื่อ Rockkhound จะกลายมาเป็น identity และมีคนติดตามและชอบรูปของเราผ่านสิ่งนี้ ดีใจมากครับ”

คุณเริ่มฝึกฝนและพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

“ผมเริ่มถ่ายรูปจากการใช้ iphone ก่อนครับ หลังจากที่เราอิ่มตัวกับ mobile photography ก็ถึงเวลาที่ต้องพัฒนาตัวเองต่อ โชคดีที่ instagram ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนๆ ที่เป็นช่างภาพ พวกเขาก็ให้เรายืมกล้องมาลองใช้ หลังจากที่เริ่มจับ dslr เรารู้สึกเลยว่ากล้องพวกนี้สามารถทำให้ภาพที่เราถ่ายเป็นในแบบที่เราต้องการจะให้มันเป็นได้ รวมทั้งการคุมสปีดชัตเตอร์ แสง หรือการถ่ายตอนกลางคืน

“ตอนนั้นเราไม่ได้มีความรู้เรื่องการถ่ายรูป เราเลยต้องใช้เวลาฝึกฝนและหมกมุ่นกับมันค่อนข้างนาน ทีนี้เราก็เริ่มเรียนรู้จากรูปที่เราชอบ พยายามแปลมันออกมาให้เป็นงานสไตล์เรา หลังจากกดชัตเตอร์เสร็จก็ต้องมี editing process ที่เราต้องเรียนรู้อีก ไหนจะเรื่องอุปกรณ์เยอะแยะมากมายที่เราต้องหัดใช้ให้เก่ง ผมจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ลำบากและเครียดมาก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก”

ทำไมคุณถึงหลงใหลการถ่ายภาพแนว street

“ส่วนมากเราใช้เวลาฝึกถ่ายรูปตามถนนในเมือง รูปของเราเลยเป็น street photography แต่สตรีทของผมมีความแตกต่างจากช่างภาพมืออาชีพหลายๆ ท่าน มันมีความเป็น perfectionist เพราะว่าพื้นฐานเราชอบถ่ายสถาปัตยกรรมมาก่อน เรื่องคอมโพสิชัน เรื่องเส้น แนวตึกหรือถนนจะต้องตรง พอเรามีเฟรมที่เหมาะสม รอ subject รอแสงให้เข้าจุดที่เราต้องการ ก็ค่อยๆ กดชัตเตอร์ นี่คือภาพสตรีทของผม


“เราพยายามจะถ่ายอะไรที่คนอื่นไม่เคยถ่าย เวลาไปเที่ยว เราจะไม่ไปในที่ๆ นักท่องเที่ยวไป แต่ไปในที่ๆ เคยเป็นห้างเก่า ตึกเก่า อาคารร้าง มันสนุกตรงที่เราได้หาและได้เจอ มีที่ๆ ผมชอบที่หนึ่งเป็นโรงหนังเก่าที่ตอนเด็กๆ ผมเดินผ่านตรงนั้นมาไม่รู้กี่ร้อยรอบ จนวันหนึ่งมีรุ่นพี่ช่างภาพชวนผมไปถ่ายรูปแล้วเขาก็เลือกพาผมไปที่นี่ ผมไม่เคยรู้เลยว่าข้างในมันสวยมากขนาดนี้ และตอนนั้นก็ยังไม่เคยได้ถ่ายภาพที่นั่นมาก่อน เราเลยรู้สึกว่าบางทีเราก็คาดเดาไม่ได้เลยว่าเราจะไปเจอกับอะไรบ้าง เพราะว่าสิ่งที่เราอยากจะถ่าย เราไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เราก็แค่ต้องลองเข้าไปดู ถือว่าขึ้นอยู่กับดวงเหมือนกันนะ”

เหมือนกับว่าอาชีพสจ๊วตและช่างภาพช่วยเสริมกันและกันด้วยใช่มั้ย

“ตอนแรกมันก็ใช่ครับ เพราะเรายังเป็นแค่คนชอบถ่ายรูป เราเดินทางไปไหนเราก็ถ่ายอย่างเดียว ถ่ายแบบตะบี้ตะบันถ่ายไปก่อน เราได้บินไปหลายประเทศ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่รู้จักกันผ่านภาพถ่ายใน instagram สองสิ่งนี้มันเสริมกันตรงนี้

“แต่เวลาที่เราโตขึ้น เราเริ่มรู้แล้วว่าการถ่ายรูปมันเป็นได้มากกว่าการกดชัตเตอร์ การเป็นสจ๊วตทำให้เราเดินทางไปหลายที่ก็จริงแต่เราใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ได้ไม่นาน สมมติเราไปญี่ปุ่น เรามีเวลาพักแค่ 24 ชั่วโมงเพื่อไปถ่ายภูเขาไฟฟูจิ บางทีผมอาจจะโชคดีได้รูปที่ดี แต่ส่วนมากเวลาแค่นี้มันจะไม่ได้ ช่างภาพบางคนอาจจะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์เพื่อรอรูปที่ดีที่สุด พอเรายึดช่างภาพเป็นอาชีพ ตอนนี้เราต้องพยายามบาลานซ์มันมากขึ้น งานสจ๊วตก็ยังมี งานถ่ายภาพก็มีเข้ามามากขึ้น วันนึงผมอาจจะต้องเลือกสักอย่าง”


เราทราบมาว่าคุณเพิ่งเริ่มทำอีกอาชีพหนึ่งได้ไม่นาน

“ผมเป็นพาร์ตเนอร์ร้านสูท Sprezzatura Eleganze (https://www.facebook.com/sprezzaturabangkok/) ตัดชุดสูท bespoke สไตล์อิตาเลียน ผมเริ่มธุรกิจนี้เพราะผมชอบใส่สูทและอยากได้สูทที่ดูแตกต่าง “ผมรู้สึกว่าคนส่วนมากจะใส่สูทคล้ายๆ กันหมด ผมไม่ค่อยชอบสูทที่พอดีตัวเป๊ะ เราเป็นช่างภาพ เราอยากให้เสื้อผ้าของเรา flexible ขยับเคลื่อนไหวสะดวก และประเทศเราเป็นเมืองร้อนจะให้ใส่สูทหนักๆ แบบนั้นเดินไปเดินมาคงไม่ไหว แต่สูทสไตล์อิตาเลียนจะเป็นสูทเย็บมือ น้ำหนักเบา ไม่มี stucture แถมใส่ได้หลายโอกาสเพราะสูทอิตาเลียนแบบ formal และ casual จะดูคล้ายกันจนแยกไม่ออก

“ร้านเปิดได้ประมาณ 7 เดือนแล้วครับ ร้านของเรามีทั้งช่างอิตาเลียนที่บินมาจากอิตาลีเพื่อมาวัดตัว และตัด ราคาก็อาจจะพิเศษมากหน่อย แต่ถ้าเป็นงานฝีมือช่างไทยของร้านที่เขาตัดสไตล์อิตาเลียนก็จะเป็นอีกราคาหนึ่ง ใช้เนื้อผ้าแบบเดียวกันและใช้เวลาตัดแค่อาทิตย์เดียวก็ลองตัวครั้งแรกได้แล้วครับ”



อะไรคือเหตุผลที่คุณเลือกทำอะไรหลายอย่างในตอนนี้

"คำว่าชอบมันคือเหตุผลที่เราถึงทำ ถ้าเราทำอะไรที่ไม่ชอบตอนนี้ เราจะรู้สึกเสียเวลาชีวิตมาก เรามี plan a อย่างเดียว ถ้าเกิดเรามี plan b มันจะ dilute plan a ทันที แล้วเราจะไม่เต็มที่กับ plan a เลย เรารู้สึกว่าตอนนี้เราเหลือแต่สิ่งที่เราชอบทำเลยไม่อยากตัดอะไรทิ้งออกไป อยากบาลานซ์ให้มันไปด้วยกันได้ตลอด ผมเลยยอมเสียสละเวลาพักผ่อนและเวลาที่จะได้เจอกับที่บ้านของตัวเอง ทุกอย่างในวันนี้ก็คืองาน งาน งาน แล้วก็งาน ถ้าเกิดเวลานี้เป็นเวลาที่จะต้องเหนื่อย ก็คือเวลาที่ผมจะยอมเหนื่อยครับ


“เป็นเรื่องที่ดีมากที่หลายๆ สิ่งที่ผมทำมันให้ความสุขคนละอย่างเลย ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เป็นสจ๊วต โชคดีที่เราเริ่มจับกล้องเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โชคดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆ แล้วก็ทำร้านสูทด้วยกัน ทุกวันนี้ผมไปที่ร้านก็เหมือนไปบ้านเพื่อน ล้อมรอบด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร หรือการได้เจอกับคนที่เข้ามาที่ร้าน การตัดสูทตัวนึงใช้เวลาเป็นชั่วโมง เราก็จะได้นั่งคุยกับลูกค้าในเรื่องที่เราชอบ เรื่องที่เราถนัด เวลาเห็นลูกค้าสวมสูทแล้วเขาชอบ เราก็แฮปปี้"


“ส่วนการเป็นช่างภาพ ผมยังสนุกกับการออกไปหาโลเคชั่นใหม่ๆ และถ่ายรูป สิ่งที่เราไม่เคยคิดที่จะทำมันอย่างจริงจัง มีคนชอบและเห็นคุณค่า และโชคดีที่เราได้มาอยู่ในจุดที่ inspire คนรุ่นใหม่หลายๆ คนได้ ก็อยากที่จะคงความเป็นแรงบันดาลใจนี้ไปเรื่อยๆ อยากเห็นคนรุ่นใหม่ลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาอยากทำตามสไตล์ของตัวเอง”


เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้คุณอยากหยุดไหม

“ไม่มีเลยครับ ไม่เคยอยากหยุดเลย เราถามตัวเองตลอดว่า ทำไมเราถึงเริ่ม เราพยายามที่จะไม่ขายความเป็นตัวตน เราโชคดีที่มีวันนี้ได้เพราะเพื่อนๆ ที่ตามงานเรา เราจะไม่ทำให้เขารู้สึกผิดหวัง ในขณะเดียวกันเราเองก็มีเรื่องที่ต้องพัฒนาตลอดอีกเพื่อจะได้มีผลงานใหม่ๆออกมา”

ชีวิตประจำวันคุณยุ่งขนาดนี้ คุณให้เวลากับคนรอบตัวยังไง

“ผมว่าผมโชคดีที่ยังอยู่กับที่บ้านนะ ผมสนิทกับพ่อมากเพราะพ่อมีผมตอนที่เขาอายุยังไม่มาก เราเป็นครอบครัวที่เหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า เราพูดเล่น พูดตลกกันได้ หรือสมมติผมทำอะไรผิดมาสักอย่างหนึ่ง แม่อาจจะไม่พอใจ แต่พ่อจะมองหน้าผมแล้วหัวเราะ พ่อผมเป็นคนน่ารักครับ เขาให้อิสระและดูแลเราเสมอ ส่วนเพื่อนๆ ก็เจอกันตอนถ่ายงาน เข้าร้าน และเวลาที่เรามีนัดสังสรรค์กันครับ”

 ความรักสำหรับคุณคืออะไร

“ความรักของผมมันเป็นมากกว่าความหลงใหล มีอะไรมากกว่าแค่เย็นนี้กินไรดี เราว่าคนรักกันควรหลงใหลในสิ่งที่ทำร่วมกัน พากันไปห้องสมุดเปิดหนังสือ หาไอเดียใหม่ๆ เดินทางด้วยกัน คนเราอยู่ด้วยกันมันต้องเบลนด์กัน ลำบากด้วยกันได้ ถ้าวันนึงเราจะต้องมีคนรักก็อยากให้เขาเป็นคนที่เดินทางไปกับเราได้”

ความสุขในการถ่ายรูปของคุณคืออะไร

“สำหรับผมการถ่ายรูปมันประกอบไปด้วยหลายอย่างมาก ทั้งโลเคชั่นที่เราชอบและอยากไป สภาพอากาศ อาหาร ผู้คน ประสบการณ์หลายอย่างที่เราได้เจอ หรือแม้แต่คนที่ไปด้วยกับเรา ถ้าทุกอย่างมันลงตัว เราได้อยู่ในที่ๆ เราชอบ อยู่กับคนที่เราอยู่ด้วยแล้วแฮปปี้ ได้ทำในสิ่งเราชอบเหมือนกันคือการมองภาพผ่าน viewfinder”

เป้าหมายในการถ่ายรูปของคุณคืออะไร

“ผมอยากให้ rockkhound เป็นคำอธิบาย เป็นรสชาติของแบรนด์ๆ นึงที่ทุกคนรับรู้ได้โดยที่ไม่ต้องเห็นว่าเป็นเรา ผมอาจจะไปสถานที่เดิม แต่เอาดวงตาคู่ใหม่ไป หรือตามหาสถานที่ใหม่ๆ เพื่อถ่ายทอดมุมมองที่ต่างจากเดิม ที่สำคัญคือผมอยากพัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน เป้าหมายของผมเป็นแบบนั้น”


ถ้าอยากเป็นช่างภาพที่ประสบความสำเร็จต้องมีอะไร

“ต้องรู้จักการรอคอยและความขยัน มันไม่ใช่ว่าวันนี้คุณออกไปแล้วคุณจะได้รูปเลย ภาพที่แมกกาซีนเอามาลงบางภาพช่างภาพเขาต้องรอกี่วัน เดินทางไปและกลับกี่ครั้งการจะได้ภาพที่ดีกลับมา และคุณต้องฝึกเยอะๆ รู้จักกล้องเรายังต้องใช้เวลาเลย ผมเชื่อว่าพรสวรรค์เป็นสิ่งที่ติดตัวมา แต่ยังไงก็แล้วแต่คนเราต้องการสกิลที่เราต้องฝึกวันต่อวัน และถ้าอยากจะยกระดับงานเราให้เป็นมืออาชีพ เราก็ต้องมองไปรอบๆ ด้วยว่าคนรอบข้างเข้าทำอะไรกันบ้าง แล้วเราก็พัฒนางานของเราต่อไปเรื่อยๆ  ผลักตัวเองออกไปเรื่อยๆ”


เราเชื่อลึกๆ ว่าไม่ว่าใครก็ตาม เราต่างมีความชอบและ passion ในอีกสิ่งหนึ่งซ่อนอยู่ ขึ้นกับว่าเราอยากแปรเปลี่ยนสิ่งที่เราหลงใหลนั้นออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้หรือไม่ เพียงแค่เราก้าวเท้าลุย ลงมือทำในที่ทางและเวลาที่เหมาะสม และพัฒนาตัวเองอย่างไม่มีหยุดเหมือนกับช่างภาพสุดเท่คนนี้ ความสุขอีกแบบหนึ่งอาจจะรอคุณอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล



ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX