Refill Station สถานีมันส์ๆ ของคนรักษ์โลก

“ขอบคุณที่ไม่รับถุงนะคะ” ประโยคฮิตติดหูเมื่อยามที่เราเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของ และปฏิเสธการรับถุงพลาสติกเพื่อบรรจุสิ่งของที่เราซื้อ ถือเอาก็ได้ สบายใจดี พฤติกรรมเหล่านี้กำลังค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่การใช้ชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน การได้เห็นวันงดแจกถุง หรือถ้าซื้อของแล้วต้องการถุงก็ต้องหย่อนเงินเพื่อบริจาค กำลังการเป็นเทรนอีกอย่าง ที่ก็น่าจะฮิตไม่แพ้ชานมไข่มุกเลยทีเดียว


ช่วงหลังๆ มานี้ในไทยกำลังตื่นตัวกับปรากฎการ  zero waste หรือ แนวคิดขยะเหลือศูนย์ มันคือการลดการสร้างขยะให้เหลือน้อยที่สุด ยกตัวอย่างก็เช่น การใช้หลอดที่ล้างได้ การนำแก้วของตัวเองไปใส่เครื่องดื่ม การพกถุงผ้าเวลาไปซื้อของ มองดูแล้วก็ดูเป็นเรื่องน่าสนุกดีที่คนไทยรักความสบายลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมแบบนี้  และเทรนการรักโลกนี้จึงทำให้เกิดร้านค้าที่ในสไตล์ Bulk Store หรือเรียกอีกอย่างว่า ร้านค้าแบบเติม ที่ให้เราสามารถบรรจุภัณฑ์เก่าของเราเองมาเติมผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ได้ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปพูดคุยกับคุณ แอน-สุภัชญา เตชะชูเชิด และทำความรู้จักกับร้านรีฟิลที่ชื่อว่า Refill Station ร้านแบบเติมร้านแรกๆ ในไทยกัน


ทำไมเป็นเด็กเมืองแต่ไม่หลงแสงสี กลับเอาดีด้านธรรมชาติ?

Refill Station เกิดจากเด็กกรุงเทพ 3 คนโดยกำเนิดที่รักในการออกค่ายอาสา และสนใจสิ่งแวดล้อมด้วยกัน จากที่เคยไปออกค่ายร่วมกัน เกิดเป็นความรักที่จะเรียนรู้ในเรื่องของธรรมชาติเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่โตมากับค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงเกิดความคิดร่วมกันที่ว่าต้องการที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ เมื่อโตมาจึงพยายามที่จะดึงธรรมชาติให้มาใกล้ชิดกับการใช้ชีวิตให้ได้มากที่สุด และได้พบกับไอเดียที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมในวันนี้

“จากที่ได้ดูคลิป TED Talk ของ Lauren Singer เรื่อง zero waste life มีขยะแค่นี้เอง คนอื่นก็จะแบบ เก่งจังเลย เลยรู้สึกว่าคนนี้เขาโกหกหรือเปล่า มันจะเป็นไปได้ยังไง ก็เลยไปหาข้อมูลว่าทำอย่างไร อย่างที่ต่างประเทศเขาจะมี Bulk Storeนะ แต่ว่าบ้านเรามันไม่มีเลย ก็เลยเป็นที่มาของทางเลือกที่คิดแบบเราเหมือนกัน”


ในป่า VS ในกรุง ต่างกันขนาดไหน?

จากการที่คุณแอนชอบออกค่ายอาสาสิ่งแวดล้อมที่ต่างจัวหวัด อยู่บ่อยๆ จึงมักจะเกิดฟีลลิ่งเมื่อกลับจากค่ายเข้ามาในเมือง กับคำถามมากมายที่ว่าในเมืองทำไมรถติด ทำไมอากาศแย่ ทำไมเสียงดัง ทำไมตอนกลางคืนถึงไม่เย็นเหมือนในป่า และเมื่อโยนคำถามเรื่องที่ว่าเป็นคนกรุงแท้ๆ แต่ทำไมชอบต่างจังหวัดคุณแอนตอบกลับมาว่าความรู้สึกนั้นเหมือนเราหลงรักความเป็นธรรมชาติ และต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติให้ได้มากที่สุด  มันเป็นฟีลลิ่งที่คล้ายๆ คนกรุงเทพที่ต้องการพักผ่อนที่ต่างจังหวัดในวันหยุด

“ด้วยความที่เป็นเด็กเมืองเราแทบไม่รู้จักต้นไม้รอบตัวเลย เราว่าคนที่กำลังอ่านบทความนี้ก็คงเป็นเหมือนกัน รู้ไหมว่าต้นไม้ที่ กทม.ปลูกชื่อว่าอะไร ทังๆ ที่เราเดินผ่านไปทำงานทุกวัน หรืออย่างโปรโมชั่นในแอปต่างๆ โลโก้ ชื่อแบรนด์ เรารู้จักหมด แต่กับสิ่งมีชีวิตรอบตัว เรากลับมีสกิลในการคอนเนคกับธรรมชาติน้อยมาก”

พอได้รู้ จึงอยากลองลงมือทำดู

การรู้เรื่องของธรรมชาติและ Fact ที่เกี่ยวกับธรรมชาติจึงเป็นเรื่องที่น่าสนุกและน่าสนใจ ทำให้เราได้ไปออกค่ายที่หลากหลายมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศเลยทีเดียว และจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้คุณแอนและเพื่อนๆ มีไอเดียและโปรเจคด้านสิ่งแวดล้อมอยู่หลายอย่าง จากหลากหลายความคิด ช่วยกันคุย ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างร้านปั้มน้ำยาหรือ Refill Station จึงค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

“ปั้มน้ำยามาจากตอนที่พกขวดน้ำกันเอง และมีการทำสบู่ใช้กัน แต่สุดท้ายแล้วกลับพบว่าเสียแพงกว่าเดิมเพราะว่าเราทำแล้วเราก็ใช้ไม่หมด ประกอบกับที่ดู TED Talk มาแล้วก็เจอกับเรื่อง Bulk Store รู้สึกได้ว่ามีทางออกอย่างน้ำยาที่เราทำใช้เองแล้วเหลือก็จะมีคนมาซื้อต่อ หรือถ้ามีร้านอะไรแบบนี้ เราก็จะไม่ต้องมานั่งทำกันเอง ก็เลยคุยกันกับเพื่อนๆว่ามาลองทำกันดู”


“ต่างชาติเรียกว่า Bulk Store  แล้วเราก็เลยเอามาทำที่เมืองไทย ด้วยความที่เราเป็นร้านแรก ก็เลยใช้ชื่อที่คิดว่าคนจะเข้าใจง่ายหน่อยว่า Refill Station ซึ่งเราตั้งใจว่าให้ Refill Station เป็นแบรนด์ของเรา แต่ว่ามันกลายเป็นว่าร้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นมาก็เรียกว่า Refill Station กันไปหมด ซึ่งจริงๆ แล้วเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันควรจะเป็นร้านแบบ Bulk Store  เพราะว่ามันไม่ใช่แบบร้านเติมน้ำมันอะไรแบบนี้”

  • Refill Station ชัดเจนที่ความคิดเพื่อการเคียงข้างคนรักสิ่งแวดล้อม

เมื่อเราได้คุยกับคุณแอนแล้ว จึงทำให้เราได้รู้ลึกมากเข้าไปอีกว่าการก่อตั้ง Refill Station นั้น มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนถึง 3ข้อเลยทีเดียว เรียกได้ว่าอุดมการณ์มุ่งมั่น และตั้งใจจริงๆ กับโปรเจคนี้

“การที่เราทำ Refill Station เรามี Objective  หลัก 3 อย่าง นั่นคือ

ข้อที่ 1 เป็น Model Shop ทำให้คนรู้ว่ามันมีการซื้อขายแบบนี้ได้นะ ซื้อขายแบบนี้มันต้องชั่งน้ำหนัก เพื่อที่จะได้ตอบคำถามเรื่องวิธีการขายได้ พอมี Model Shop แบบนี้ก็จะช่วยให้ร้านสามารถขยายได้ง่ายขึ้น

ข้อที่ 2 เป็นเรื่อง Education เราจะให้ข้อมูลกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่แค่ในเรื่อง Product อย่างเดียว แต่เป็นในเรื่องของข่าวสารสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย เหมือนเป็นพื้นที่ให้คนใส่ใจสิ่งแวดล้อมมารวมกัน

ข้อที่ 3 เรื่อง Community เราเป็นส่วนหนึ่งในการที่ทำให้คน zero waste ที่เขาทำอยู่คนเดียว ไม่รู้จะไปไหน ได้มีกลุ่มขึ้นมา เพื่อให้เขาไม่รู้สึกว่าทำอยู่คนเดียว เป็นการสร้างพลังให้เขาทำในสิ่งนั้นต่อไปได้สำเร็จ”




ทิ้งท้ายเรื่องมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยทุกวันนี้จากคุณแอน ซึ่งมีมุมมองว่าถ้าให้เทียบกับแต่ก่อนก็ยังรู้สึกว่ายังไม่ได้เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่  เรื่องโลกร้อนเรารู้กันมานานมากมันก็ยังไม่ได้มีใครลงมือทำสักที เพราะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ว่าเรื่องพลาสติกมันก็ได้กระแสตอบรับที่ดีเพราะทุกคนรู้สึกร่วมกับมัน ซึ่งในเรื่องนี้ตามที่คุณแอนพูดถึงนั้น แทบจะเป็นเรื่องจริงแบบ 100% เห็นได้ชัดระดับ 4D เพราะการที่โลกเราเกิดความเปลี่ยนแปลง เช่น หน้าหนาวที่ไม่หนาวเหมือนแต่ก่อน หน้าร้อนที่ร้อนขึ้นทุกปี อีกทั้งเกิดภัยพิบัติทั่วโลก ก็ต่างมาจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น และพวกเราเองนี่แหละคือพลังเล็กๆ ที่จะค่อยๆ กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการดูแลโลกใบนี้


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX