ชีวิตไม่ติดเซฟโซน กับจูนจูน พัชชา

ถ้านึกถึงสาวแนวที่มีความมินิมอลในตัวเอง ตอนนี้คงต้องมีชื่อของ จูนจูน พัชชา อยู่ในชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงแน่นอน เพราะเธอคนนี้ได้มีผลงานสุดแนวผ่านจอให้เราได้เห็นกันอย่างผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Die Tomorrow และ Mary is Happy วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเธอและมุมมองการใช้ชีวิตตาม Passion ของเธอ ที่รับรองเลยว่า ไม่ได้มีดีแค่การแสดงแต่เธอคนนี้ยังมีความสามารถอีกมากมายที่ได้รู้แล้วจะร้องว้าว และจะหลงรักสาวสุดแนวที่มีรอยยิ้มสดใสคนนี้มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน


แรงผลักดัน ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

แรงผลักดันใช่มั้ยคะ จูนก็จะตั้งเป้าหมายไว้ก่อนว่าอนาคตเราอยากทำอะไร เราอยากเป็นแบบไหน แล้วสิ่งๆ นั้นถ้าเราคิดอยู่ทุกวันนะคะว่าเราเห็นภาพอนาคตเราไว้แล้วทุกอย่าง เวลาเราจะต้องตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิต ในแง่มุมไหนก็ตาม เราก็จะตัดสินใจถูกและมันจะสอดคล้องทำให้เราไปถึงฝันได้


Passion ของจูนจูน 

จูนว่ามาตั้งแต่ตอนจูนจะ (ใช้คำว่า เอนท์ ทรานต์ เลยค่ะ) เข้าจุฬาแล้วค่ะ จูนอยากเป็น Fashion Designer มาก ก็เลยเลือกที่จะเอนท์ เข้า Fashion จุฬาค่ะ และพอเข้าไปจูนก็ใช้ Passion ของจูน ตั้งใจเรียนจนตอนจบมาก็เปิดธุรกิจ Fashion ของตัวเองด้วยค่ะ


ก้าวแรก บนเส้นทางสายบันเทิง 

ตอนนั้นกำลังจะเข้ามหาลัยค่ะ ช่วงจะเข้าปี1 และเราก็รู้ตัวเลยแบบยังไงก็ต้องตั้งใจเรียนมากๆ คิดว่าเข้าจุฬาต้องเครียดมากอะไรงี้ แต่ปรากฎว่าก็มีงานแสดงเข้ามา ติดต่อมาจากทางพี่เต๋อค่ะ ตั้งแต่งาน Mary is happy งานแรก เราลังเลเหมือนกันนะว่าแบบเฮ้ยเราไม่เคยเล่นไม่เคยแสดง ไม่รู้เลยว่าระบบ หรือการทำงานแบบนี้มันเป็นยังไง แต่จูนก็เชื่ออย่างเดียวว่า อย่าไปปฎิเสธการตัดสินใจโอเคเรามี Plan ที่แน่นอนของเราอยู่แล้ว แต่ว่าโอกาสที่มันเข้ามาเราก็ต้องน้อมรับเอาไว้ด้วย เพราะว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้น เกิดจุดเปลี่ยนที่มันส่งผลดีต่อเราก็ได้


ความท้าทาย บนเส้นทางสายบันเทิง

จูนไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักแสดงขนาดนั้น มันเหมือนเป็นโอกาสที่เข้ามาและจูนได้ลองทำเฉยๆ เพราะฉะนั้นมันจะชัดเจนเลยว่า โอเคจูนอาจจะไม่ได้แสดงเก่งที่สุด หรือว่าไม่ไช่คนที่แบบเกิดมาแล้วพร้อม แบบลุคเป็นนักแสดงมากๆ  เพราะฉะนั้นก็จะมีแบบเกรงๆ อยู่บ้าง

เข้าฉากแรกๆ ก็จะมีเขินๆ อยู่บ้าง เจอกองถ่ายครั้งแรกนี่คนเยอะมาก  จูนก็จะมีแบบ เฮ้ยต้องทำตัวยังไง วางตัวแบบไหน มันเหมือนเราเข้าไปอยู่ในที่ใหม่ ที่เราไม่เคยอยู่ ในบทบาทใหม่ที่เราไม่เคยเป็น ซึ่งจูนว่ามันท้าทายมาก แต่พอมันผ่านมาแล้ว เชื่อปะว่าตอนนี้ก็คือชินเลยนะ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนกอง เปลี่ยนบทหนัง ต้องรับบทบาทแบบไหน หรือเจอกลุ่มคนแบบไหน ตอนนี้ก็เริ่มรับมันได้แล้วค่ะ รับมือได้


จุดเปลี่ยนที่ตัดสินใจสนใจงานทางด้านบันเทิง

เพราะว่าจูนมีโอกาสได้ลอง จูนกล้า แล้วจูนลองไปปุ๊ปจูนตัดสินใจว่าโอเค เราทำครั้งแรกเรารู้ตัวว่าเราทำได้นี่ เพราะฉะนั้น Why not ล่ะ มันคือโอกาสที่เข้ามาแล้วเราก็รู้ว่าวงการนี้มันเป็นสิ่งที่เราทำได้ ทำได้ดีมีคนชื่นชมเรา เป็นวงการที่น่ารัก ทุกคนช่วยเหลือกันและกัน ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ตลอด บางทีแบบถ้าจูนเป็นนักเรียนแฟชั่นอยู่ ทุกวันนี้จูนก็อาจจะไม่เคยมีประสบการณ์แบบบินไปต่างประเทศแล้วต้องถ่ายอากาศหนาวมาก หรือว่าแบบทำสิ่งแปลกๆ ที่ปกติเราไม่มีโอกาสได้ทำ ต้องเข้ามาอยู่จุดนี้ก่อน เพราะฉะนั้นจูนรู้สึกว่าเนี่ยหละค่ะมันคุ้มค่าที่จะได้ลอง เราก็ต้องทำต่อไปแล้วก็รับโอกาสที่เข้ามาแล้วทำมันให้ดี

การที่มีครอบครัวทำงานด้านนี้ มีผลอย่างไร

ครอบครัวจูนทำงานด้านนี้ ทั้งป๊าซึ่งตอนนี้ป๊าก็ยังแสดงละคร แล้วก็พี่ชายเฮียบาสก็เป็นผู้กำกับด้วย จูนรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรแล้วเราปรับจูนกันเข้าใจกันได้เร็ว เพราะว่าเวลายิ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน มันพูดจาอะไรมันเข้าใจกันอยู่แล้วหละ แล้วยิ่งทำงานสายเดียวกัน เวลาฝั่งนึงมีปัญหาหรือฝั่งนึงเหมือนมีเรื่องจะมาขอคำแนะนำ กลายเป็นว่าเราคุยกันแล้วเราสามารถส่งเสริมกันได้ให้คำแนะนำกันได้ แล้วก็เหมือนช่วยกันไปอยู่ในวงการนี้ในทางที่ดีได้ค่ะ

จูนจูนในมุมที่คนอื่นไม่รู้จัก

จริงๆ แล้วลึกๆ แล้วเลยนะ จูนเป็นคนขี้กลัวมาก จูนเป็นคนกลัวแบบกลัวไม่สบาย กลัวลำบาก กลัวชีวิตไม่ดี กลัวนู่นกลัวนี่กลัวตัดสินใจแบบนี้แล้วจะไม่ดี แต่จูนรู้สึกว่าทุกวันนี้จูนพยายามบอกตัวเองอย่างเดียวเลยว่า เฮ้ย ต้องกล้าอย่าไปกลัว ถ้าเราไม่กล้าเราเอาแต่กลัวเรามัวแต่เก็บชีวิตตัวเองอยู่ในเซฟโซนตลอด ชีวิตเราจะไม่เจออะไรเลย เพราะฉะนั้นจูนเลยรู้สึกว่าช่วงนี้ดีขึ้นแล้วนะ มีงานอะไรเข้ามา มีอะไรแปลกๆ เข้ามาเรา Say yes ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นมันอาจจะเหมือนที่จูนเล่า ตอนที่จูนเข้าวงการบันเทิงมันอาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนนึงที่สำคัญในชีวิตก็ได้ แล้วอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีขึ้นกับชีวิตในระยะยาวก็ได้

ความรู้สึกต่อรางวัลที่ได้รับ

รางวัลสุพรรณหงส์ใช่ไหมคะ โอโห ก็สักพักนึงแล้วเนอะ (หัวเราะ) แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ ยังถือว่าเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิตที่แบบนึกย้อนกลับไปแล้วก็แบบเฮ้ยจริงเหรอ วันนึงเราเคยได้รับการยอมรับจากวงการบันเทิงที่เป็นเวทีที่ทุกคนยอมรับ เราก็คิดว่าน่าดีใจ น่าภูมิใจแทนพ่อแม่แล้วก็รู้สึกดีค่ะ คิดย้อนไปก็เหมือนสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่านี่ไงมันเป็นความสำเร็จ เหมือนเป็นการทดแทนจากสิ่งที่เราลงมือลงแรงทำไปค่ะ

 ผลงานต่อจากนี้

สำหรับผลงานหลังจากนี้ ช่วงนี้ก็จะเน้นที่งานของคลื่น Cat Radio ที่เป็นดีเจอยู่ค่ะ ตามไปฟังกันได้นะคะ


ฝากถึงคนที่มี Passion มีเป้าหมายแต่ยังไม่ทำ

สำหรับสิ่งที่จะฝากถึงน้องๆ อย่างที่จูนบอกว่าอย่างจูน จูนรู้อนาคตเลยว่าจูนอยากเป็นอะไร จูนตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วจูนกล้าที่จะทำชีวิตตัวเอง ตัดสินใจต่างๆ นานา ให้มันไปถึงจุดนั้นค่ะ แต่จูนไม่ได้บังคับนะจูนเข้าใจว่าบางคนยังรู้สึกว่าก็ยังไม่รู้ว่าชีวิตนี้อยากทำอะไร ยังไม่มั่นใจ ตอนจูนเป็นดีเจจัดรายการอยู่ยังมีคนโทรมาถามว่า เข้าคณะไหนดี เรียนสายไหนดีอะไรอย่างนี้ มันเป็นเรื่องปกติมากของวัยรุ่น แต่จูนไม่อยากจะไปเซ็ตว่าทุกๆ คนจะต้องรู้ตัวตั้งแต่วัยเท่านี้ ทุกคนไม่เหมือนกัน ทุกคนมีชีวิตไม่เหมือนกัน ทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณจะไปเจอว่าอยากทำอะไร ไปรู้ตัวอีกทีตอนอายุห้าสิบก็ได้ แค่พอรู้แล้ว กล้าที่จะเดินออกไปทำทุกอย่างให้ตัวเองไปถึงจุดนั้นให้ได้ ไม่เกี่ยวว่าเวลาจะช้าจะเร็ว ไม่มีช้าเกินไปค่ะ เพราะฉะนั้นถ้ารู้จักตัวเองแล้ว รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร เห็นภาพตัวเองแล้วก็ Go for it ทำให้มันสำเร็จค่ะ

ระหว่างการพูดคุยกับจูนจูน มุมมองที่เคยมองจูนจูนบอกเลยว่าเปลี่ยนไปจากที่คิดไว้ ภายนอกเราอาจจะมองเห็นในมุมเดียวของจูนจูนคือเป็นคนสดใส ร่าเริง น่ารัก แต่หลังจากพูดคุยเราสัมผัสได้ถึงอีกมุม ความมุ่งมั่น ความกล้า และ Passion อันแรงกล้าที่อยู่ภายในสาวตัวเล็กที่ชื่อจูนจูนคนนี้อย่างเต็มเปี่ยม อายุไม่ใช่ขีดจำกัดของการเดินตาม Passion สิ่งที่อยากทำเลยจริงๆ ไม่ว่าจะอายุน้อยหรือมากแค่ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมุ่งมั่นความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอน


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX