“ความฝัน...มีไว้ทำให้เป็นจริง”

ย้อนกลับไปหลายสิบปีที่แล้วใครกันจะเชื่อว่าเมืองไทยจะสามารถโต้คลื่นได้ ทุกวันนี้ผมยังจำความได้ว่าตอนเด็กๆ ผมมีโอกาสดูหนังเรื่องหนึ่งที่บ้าน มีฉากที่พระเอกโต้คลื่น ความรู้สึกตอนนั้นคือเท่มากๆ พ่อแม่เล่าให้ผมฟังว่า ทุกครั้งที่เปิดหนังเรื่องนี้ผมจะทำท่าการทรงตัวบนกระดานโต้คลื่นตามพระเอกคนนั้น และนี่คือจุดเริ่มต้นของความฝันของผมครับ


ผมเติบโตมาในจังหวัดพังงาและย้ายไปเรียนที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ผมมีโอกาสได้เป็นนักกีฬาว่ายน้ำตั้งแต่เด็กๆ และชื่นชอบกีฬาทางน้ำเป็นพิเศษ หลังจากจบมหาวิทยาลัยผมเลือกไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ด้วยเหตุผมเดียวเลย คือการได้ไปอยู่ใกล้ทะเลที่มีผู้คนโต้คลื่น


ผมเลือกที่จะเช่าห้องเล็กๆ ที่เปิดหน้าต่างออกไปแล้วเห็นทะเลของหาด Maroubra Beach ที่นี่คือ Surf Town ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของแกงค์ Bra Boy แกงค์นักโต้คลื่นอันธพาลที่เคยกลายเป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงมาก่อน ผมใช้เวลาช่วงเช้าก่อนจะไปเรียน ตื่นเช้าอีกสักนิดเพื่อมานั่งดูคนแถวนั้นโต้คลื่นก่อนที่จะไปโรงเรียนเสมอ แต่ความฝันในการได้โต้คลื่นที่นั้นกลับไม่ได้เป็นจริงอย่างที่วางแผนไว้ด้วยความท้าทายจากตัวเองที่บอกกับที่บ้านไว้ว่า ผมอยากหาเงินเลี้ยงตัวเองซึ่งทำให้ผมทำงานตลอด 7 วันและไม่เคยมีวันหยุด ทำให้ต้องพับเก็บความฝันที่มีไว้แค่นั้น


แต่ดูเหมือนว่าความฝันผมจะได้กลับเอามาปัดฝุ่นอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่ง ผมได้เห็นเพื่อนๆ โพสต์รูปคนโต้คลื่นในโซเชียลมีเดียซึ่งสถานที่โต้คลื่นนั้นคือ บ้านเกิดผมเอง จังหวัดพังงา น่าตลกที่ความฝันที่ตามหามาทั้งชีวิตอยู่ใกล้แค่เอื้อมที่บ้านเกิดของตัวเอง หลังจากที่ทราบข่าวไม่นานผมก็บินกลับมาอยู่ที่จังหวัดพังงาทันที


หลังจากที่หาข้อมูลและพบว่า ที่หาดปะการังเป็นหาดที่อยู่ในเขตเขาหลัก จังหวัดพังงา เป็นหาดที่สามารถโต้คลื่นได้ยาวถึง 7 เดือนต่อปี ผมเลยรีบขับรถและไปขอร้องให้พี่คนหนึ่งช่วยสอนผมโต้คลื่นเป็นครั้งแรกในชีวิต ในตอนนั้นที่ชายหาดแทบจะไม่มีคนไทยโต้คลื่นที่หาดนั่นเลย และในวันนั้นเองที่ทำให้ผมได้สัมผัสกับความรู้สึกของการยืนบนกระดานโต้คลื่นเป็นครั้งแรก


จุดเริ่มต้นของการโต้คลื่นครั้งแรกของผมได้ถูกบอกต่อไปยังเพื่อนๆ ที่รู้จัก ผมชักชวนเพื่อนๆ ทุกคนให้ลองมาโต้คลื่น จนเริ่มมีกระดานโต้คลื่นเป็นของตัวเองและก็กลายเป็นกลุ่ม Community เล็กๆ ที่นัดเจอกันและไปโต้คลื่นด้วยกันบ่อยๆ การที่เราคลั่งไคล้กีฬาโต้คลื่นทำให้ผมได้รู้จักกับ แมน-ชาติชาย สมพร นักกีฬาโต้คลื่นที่กำลังมาแรงตอนนั้น ทำให้เรากลายเป็นเพื่อนสนิทกันและทำให้ผมได้รู้จักกับกลุ่มโต้คลื่นจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากยิ่งขึ้น


ด้วย Passion ที่เต็มเปี่ยมในตอนนั้น คุณครูที่สอนโต้คลื่นคนแรกของผมในครั้งนั้นได้ชักชวนกันจัดการแข่งขันกีฬาโต้คลื่นครั้งแรกในจังหวัดพังงา ซึ่งรวมเอาผู้คนจากทั่วประเทศมาร่วมแข่งขันและแบ่งปันความรู้กัน ทำให้ Surf Community เริ่มขยายแล้วกลายเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ความฝันของผมไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยเมื่อผมเริ่มอยากจะลองไปโต้คลื่นที่ต่างประเทศ ผมตั้งใจใช้เงินเก็บที่สะสมมาตลอดปี จองตั๋วเครื่องบิน บินไปโต้คลื่นที่บาหลี และเมื่อไปถึงบาหลีก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกหลุดเข้าไปในความฝัน เมื่อผมได้ไปใช้ชีวิตอยู่ใน Surf Town ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่คลั่งไคล้การโต้คลื่นเช่นกัน ผมมีโอกาสได้เจอ Local Surf ชื่อดังหลายคนที่เคยเห็นจากใน Youtube ยิ่งทำให้ผมดีใจเหมือนเป็นคนบ้า ณ วันที่ผมต้องโต้คลื่นที่บาหลี เป็นวันที่หัวใจเต้นแรงมากๆ หาดที่ไม่คุ้นเคย ผู้คนในทะเลที่แย่งกันจับคลื่นลูกที่สวยที่สุด และคลื่นใหญ่ในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่าการเล่นในวันนั้นจบไม่สวย ผมถูกคลื่นม้วนลงไปใต้ทะเลอยู่หลายครั้งแต่การที่ผมได้นั่งรอคลื่นอยู่ที่ทะเลบาหลีอยู่เป็นชั่วโมงเป็นประสบการณ์และความรู้สึกที่ผมไม่เคยลืม

และก็เหมือนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งอีกครั้งเมื่อผมมีโอกาสได้ติดตามนักโต้คลื่นชาวไทย บินไปดูการแสดงการโต้คลื่นที่เมือง Cimaja ประเทศอินโดนีเซีย บ้านเกิดของ Dede Suryana หนึ่งในนักโต้คลื่นที่เก่งที่สุดในอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างลำบากแต่ด้วยความมุ่งมั่นและหลงรักกีฬาโต้คลื่นทำให้ Dede ได้คว้าแชมป์ Indonesian Champ 2008 และ Quiksilver Open Trengganu Champ 2011 การชนะในครั้งนั้นทำให้เด็กในเมือง Cimaja ได้ยกย่อง Dede เป็นเหมือนฮีโร่ที่ทำให้เด็กๆ หลายคน หันมาโต้คลื่นและออกกำลังกายกันมากขึ้น การเดินทางไปที่ Cimaja ในครั้งนั้นทำให้ผมได้เจอนักโต้คลื่นจากทั่วโลกและได้เห็นคลื่นแบบอุโมงค์เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมกลับมาประเทศไทยด้วยความอิ่มอกอิ่มใจและยิ่งเติมไฟให้ Passion ของผมให้กลับมาทำเรื่องโต้คลื่นในไทยให้เป็นจริงมากยิ่งขึ้น

ไม่น่าเชื่อเลยว่าความฝันตอนวัยเด็กของผม จะทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และ Passion ในการได้มีโอกาสทำสิ่งที่เรารัก ต้องขอบคุณตัวเองในความกล้า ที่ทำให้ผมได้ใช้ชีวิตแบบ Extra และไม่หยุดที่จะทำตามความฝันให้เป็นจริง

ทริปหน้าผมและเพื่อนกำลังจะวางแผนขับรถกันไปโต้คลื่นทั่วประเทศไทยใช้เวลาทั้งหมด 14 วัน ทริปนี้ผมและเพื่อนๆ ไม่กลัวหรือกังวลเลยเพราะพวกเราเตรียมตัวกันพร้อมมากๆ ทั้งร่างกาย จิตใจ อุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงได้ทำประกัน คนกล้า เอ็กซ์ตร้า กับ FWD ประกันชีวิต ที่กล้าคุ้มครองทุกกิจกรรมแอดเวนเจอร์ของพวกเรา ทำให้ผมอุ่นใจและสามารถเดินทางไปทำตามความฝันของการโต้คลื่นได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ติดตามกันนะครับ


คลิกอ่านรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/2l8TR5J

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX