ก้าวไปข้างหน้า ออกตามหาฝัน

ผมนึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่า หากผมจะต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีความฝันจะเป็นเช่นไร เพราะทุกวันนี้ที่ผมตื่นขึ้น มักจะเต็มไปด้วยพลังงานมหาศาลที่ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะได้ออกไปทำอะไรใหม่ๆ และระหว่างทางของการตามความฝันก็ทำให้ผมได้รับประสบการณ์บางอย่างที่แตกต่าง เหมือนได้รับของขวัญและกำลังใจใหม่ๆ ในทุกๆ วัน 


หากตอนนี้คุณไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คุณฝันจะเป็นจริงได้หรือเปล่า ผมอยากให้อ่านเรื่องราวของผมที่จะทำให้คุณอยากก้าวไปข้างหน้า อยากออกไปตามหาความฝันอย่างแน่นอน


ตอนเด็กๆ เวลาที่ครูถามว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” ณ ตอนนั้นในหัวสมองมีตัวเลือกไม่มากนัก ผมเลยตอบคุณครูไปว่าอยากเป็นนักบิน ซึ่งความเป็นจริงในตอนนี้กลับสวนทางกันเหลือเกิน เพราะตอนนี้ผมกลับเป็นคนที่กลัวความสูงเอามากๆ แต่เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ผมเพิ่งรู้ว่า ความฝันอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพก็ได้ อาจเป็นงานอดิเรก อาจเป็นสิ่งที่คุณทำได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ ผมจึงเริ่มมีความฝันใหม่ที่ดูเป็นธรรมชาติและมันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นั่นคือ “การโต้คลื่น” 

เมื่อไม่นานมานี้ ความรู้สึกวัยเด็กของผมตอนที่ถูกคุณครูถามในวันนั้นได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อผมได้ไปร่วมงานการแข่งขันโต้คลื่นที่หาดกะหลิม จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีคนลงแข่งขันถึง 200 คน และ 30 จาก 200 คนนั้นเป็นเด็กอายุระหว่าง 7 - 17 ปี คลื่นที่กะหลิม ณ วันนั้นเหมือนจะเป็นคลื่นที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี คลื่นบางลูกมีขนาดใหญ่ถึง 2 เมตร แต่จากที่สังเกตแววตาของเด็กเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไร้วี่แว่วของความกลัว

ผมได้พูดคุยกับเด็กหลายคนถึงความฝันและแรงบันดาลใจของการโต้คลื่น เช่น น้องนาอิม เด็กชายอายุ 9 ปีที่เห็นคุณพ่อโต้คลื่น เลยเกิดความสนใจและฝึกซ้อมจนเป็นนักกีฬาในที่สุด


น้องเอ็ม ลูกหลานชาวมอร์แกน อายุเพียง 12 ปี ที่โชคดีที่ได้เจอกับฝรั่งคนหนึ่งที่พามาสอนโต้คลื่นทุกเย็นหลังเลิกเรียน และเพิ่งคว้ารางวัลที่ 2 จากการแข่งขันในครั้งก่อนมาครอง


น้องเฮนรี่ ลูกครึ่งอังกฤษ-ไทย ที่ครอบครัวสนับสนุนอยากให้เป็นนักโต้คลื่น โดยครอบครัวได้พาไปแข่งขันทั่วเอเชีย ตอนนี้เฮนรี่คือ ดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจับตามองที่กำลังจะกลายเป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปแข่งขันในสนามที่ใหญ่ยิ่งขึ้นต่อไป


คำตอบที่เหมือนกันที่ผมได้จากการได้พูดคุยกับเด็กหลายคนที่มาร่วมการแข่งขัน คือ “อยากเป็นนักโต้คลื่น” ถ้าเป็นไปได้ พวกเขาเหล่านั้นอยากไปในเส้นทางนี้ให้ไกลมากที่สุด นั้นคือ ในนามนักกีฬาทีมชาติไทย ไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กๆ หลายคนที่ผมพูดคุยด้วยยังอายุน้อยมากๆ แต่พวกเขาล้วนมีความฝันที่ชัดเจนและแน่วแน่ ผมคิดว่าความสุขของความฝันอาจจะไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เกิดขึ้นระหว่างการทำฝันให้เป็นจริง ลองคิดดูว่า แค่การมีความฝันก็ทำให้เด็กทั้ง 3 คนนี้ เปลี่ยนชีวิตและใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างมีคุณค่ามากขึ้น เปลี่ยนจากการเล่นเกมส์หลังเลือกเรียนเป็นการออกกำลังกาย ได้ไปซ้อมโต้คลื่นทุกวัน เปลี่ยนจากต้องแชทคุยกับเพื่อนในโลกออนไลน์เป็นการพูดคุยกับเพื่อนสนิทบนกระดานโต้คลื่นระหว่างรอคลื่นลูกถัดไป เปลี่ยนจากเส้นทางเดิมของการสุ่มเสี่ยงสู่ยาเสพติดสู่การเป็นนักกีฬาที่มีเป้าหมายชัดเจน


การพูดคุยในวันนั้นทำให้ผมรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง การใช้ชีวิตในแต่ละวันกับความฝันที่เป็นจริงและภาพต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมใช้ชีวิตและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจไม่มีลิมิตของกรอบความคิดของคำว่าเป็นไปไม่ได้เลยครับ


ผมเชื่อว่าทุกๆ คนมีความฝันในรูปแบบของตัวเอง ผมอยากให้ทุกคนกล้าขึ้นอีกนิด กล้าออกไปเผชิญความท้าทายต่างๆ เอาตัวไปอยู่ใกล้กับความฝันและลงมือทำให้ได้มากที่สุด อยากให้ก้าวข้ามคำว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะผมเชื่อว่า ทุกอย่างเป็นจริงได้ แค่ลงมือทำ แล้วก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อใช้ชีวิตให้สุดในแบบที่เป็นคุณ


คลิกอ่านรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2MG6rJT


ต้องขอบคุณ FWD ที่ทำลายกำแพงความกลัว ทำลายกรอบและขอบเขตเดิมๆ ช่วยวางแผนชีวิต ทำให้ผมได้ เป็นจริงได้ ขอบคุณครับ


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX