กว่าจะมาเป็น Makeup Artist ที่นิวยอร์ก ของ แบงค์ ณัฐดนัย บุณยรัตผลิน

แบงค์ ณัฐดนัย บุณยรัตผลิน  Makeup Artist  คนไทยที่มีชื่อเสียงในอเมริกา จากผลงานตำแหน่งหัวหน้าทีมเมคอัพในเวทีระดับโลกอย่าง New York Fashion Week อีกทั้งงานแต่งหน้านายแบบนางแบบขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชั้นนำมากมายหลายเล่ม จากความชอบในวัยเด็กเปลี่ยนเป็นพลังแห่ง Passion มุ่งมั่นตั้งใจที่จะก้าวไปถึงจุดสูงสุดของการเป็น Makeup Artist นั่นคือการเดินทางไปนิวยอร์ก มหานครแห่งแฟชั่น


ก่อนจะมาเป็น Makeup Artist

ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แบงค์เรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แถมเรียนแฟชั่นพ่วงมาด้วย ทำให้เราโตมากับนางแบบ เสื้อผ้า การแต่งหน้า ความสวยความงามมาโดยตลอด  พอเรียนจบก็เริ่มทำงานในวงการแฟชั่น เริ่มเรียนรู้ทฤษฎีจากการทำงานเบื้องหลังกับคนในวงการแฟชั่นเมืองไทย หลังจากนั้นเริ่มมีเขียนคอลัม เกี่ยวกับเรื่องบิวตี้ให้นิตยสารชั้นนำในเมืองไทยเช่นกัน จากความชอบกลายมาเป็น Passion ตอนนั้นเรามั่นใจมากพอและคิดว่าใช่! เส้นทางนี้แหละที่เราอยากจะเดิน จากนั้นก็เริ่มวางแผนไปที่นิวยอร์กเลย

จุดเริ่มต้นของการเป็น Makeup Artist

เริ่มมาจากการได้แรงบันดาลใจตอนเด็กๆ คือแบงค์โตมาพร้อมกับหนังสือแมกกาซีนตอนนั้นมันไม่มีสื่อออนไลน์อะไรเลย จะมีให้ดูก็แค่ทีวีรายการแฟชั่น แมกกาซีน เราชอบอ่านคอลัมบิวตี้ ชอบตามอ่านดูว่าช่างแต่งหน้าเขาใช้อะไรทำให้หน้าของนางแบบออกมาเป็นแบบนั้น เขาใช้อะไรทำไมนางแบบถึงหน้าเงาได้  แต่ถ้าให้เล่าลึกไปกว่านั้น จุดเริ่มต้นคือ ทุกวันที่แบงค์เห็นแม่แต่งหน้าไปทำงานตอนเช้า ก็จะชอบสังเกตว่าทำไมวันนี้แม่ทาปากสีนี้นะ ทำไมคุณแม่เขียนคิ้ว  หรือวันนี้แม่เปลี่ยนสีปาก ลุคของแม่เปลี่ยนไปทุกวันที่แต่งหน้า มันเหมือนเมจิค และเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เรามาตั้งแต่นั้น แต่จุดเริ่มต้นที่แต่งหน้าจริงๆ แล้วกลายเป็น Passion  คือย้อนไปตอนมัธยมศึกษา 

ตอนนั้นที่โรงเรียนจะมีจัดงานกีฬาสีแล้วก็ต้องมีพวกกองเชียร์ ทั้งห้องแบงค์มีผู้หญิงแค่ 5 คนแล้วก็ไม่มีใครแต่งหน้าให้เพื่อนเลย ตอนนั้นเลยอาสาแต่งหน้าให้เพื่อนๆ เอาเครื่องสำอางเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามีนี่แหละไปช่วยแต่งให้ จากนั้นก็โยงไปช่วงมหาวิทยาลัย มีตัวนึงที่ต้องเรียนการแต่งหน้าเพื่อการแสดงด้วย

ก้าวออกจาก Comfort Zone เพื่อมุ่งตามหา Passion ของตัวเอง

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่อยากให้เราทำงานเหมือนกับคนอื่นๆ เขา ตอนนั้นเขาก็มองว่ามันคืออาชีพเต้นกินรำกิน ครอบครัวอยากให้ทำอาชีพที่มั่นคง เราเป็นลูกผู้ชายอีกแถมสมัยนั้นไม่มีใครอยากจะมาเป็นช่างแต่งหน้าเหมือนสมัยนี้ แต่เมื่อเรารักก็ต้องพิสูจน์ แบงค์วางแผนมาเสมอตั้งแต่ก่อนจะมานิวยอร์ก เราอยากค้นพบสิ่งใหม่ อยากที่จะทำตาม Passion ซึ่งในเมืองไทยกับวงการช่างแต่งหน้าเขามีเบอร์ใหญ่สมัยนั้นอยู่แล้ว ถ้าเราจะทำงานก็จะได้แค่งานเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งอาจจะไม่ได้ช่วงให้เราเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง แต่เรายังอยากทำงานในวงการแฟชั่น งานแมกกาซีน เลยต้องส่งตัวเองไปเมืองนอก ไปเจออะไรแปลกใหม่ ด้วยความที่ยังเด็กมากประสบการณ์ก็น้อย แต่ไม่ได้โทษใครนะ เรามองว่าสิ่งที่ต้องทำต่อจากนั้นคือการพิสูจน์ตัวเอง

เป็นการก้าวออกจาก Comfort Zone จริงๆ หลังจากตัดสินใจก็มุ่งมั่นทำงานเก็บเงินและวางแผนไปนิวยอร์กให้ได้ ไปเพื่อทำให้ทั้งครอบครัวเห็นว่าเราตั้งใจในการเดินบนเส้นทาง Makeup Artist จริงๆ

ไปถึงนิวยอร์ก เป็นอย่างไร?

ก่อนจะไปตอนนั้นแบงค์ดูรายการโทรทัศน์รายการนึง เป็นเทปที่สัมภาษณ์ พี่นิค บาโรส Makeup Artist คนไทยที่ทำงานที่นิวยอร์กและเมืองไทยด้วย เขาจบสถาปัตย์แต่เขาอยากเป็น Makeup Artist  ตอนนั้นจำได้ว่าดูรายการจบ รีบไป search หาช่องทางการติดต่อเขา เขียนอีเมลไปหาเขา 2 หน้ากระดาษ แต่เรื่องมันพลิกตรงที่แลปทอปของพี่นิคอ่านภาษาไทยไม่ได้ เราเลยต้องแปลทั้งหมดที่เขียนไปเป็นภาษาอังกฤษด้วยสกิลงูๆ ปลาๆ ของเราอีกครั้ง สุดท้ายแล้วพี่นิคกำลังจะกลับมาทำงานที่ไทยก็ได้ให้เราเข้าไปเป็นผู้ช่วยในครั้งนั้น พอจบงานเรายิ่งมั่นใจกับการตัดสินใจไปนิวยอร์กจริงๆ


แต่เส้นทางนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายเลย เราไปด้วย Visa นักเรียน ตอนนั้นคือตารางชีวิตแน่นมาก ตื่นตั้งแต่แปดโมงไปเรียน ช่วงบ่ายทำร้านอาหารยาวไปถึงเที่ยงคืน เหนื่อยมากๆ วันไหนมีงานก็ต้องขอลาและไปทำงานเทสชู๊ตแฟชั่นสำหรับทำ portfolio ให้ตัวเองซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เงินเราจึงยังต้องทำงานร้านอาหารต่อไป  แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักเราได้ connection มากพอ เวลาเขามีงานก็เริ่มเรียกเราไปทำบ้าง ทำแบบนี้อยู่ 4 ปี ย่างเข้าปีที่ 5 เราได้ work permit ก็ออกมาเป็น Makeup Artist ใน Agency แบบเต็มตัว

งานแต่งหน้าแบบไหนที่ชอบเป็นพิเศษ

เราอยู่นิวยอร์กมาก็จะชอบความเป็น นิวยอร์กเกอร์ คือความง่ายๆ เน้นจุดเด่นสักอย่างบนในหน้าเช่น เน้นปาก หรือคอนทัวร์ หรือไม่ก็สโมกกี้อายไปเลย ง่ายๆ less is more


จุดที่คิดว่ายากที่สุดของการเป็น Makeup Artist

มันมีสองด้าน สิ่งแรกคือ เทคโนโลยีและสไตล์ไม่มีวันหยุด เราต้องเรียนรู้เสมอ จะมาทำแบบที่เราชอบตลอดเวลาไม่ได้ ลูกค้าชอบแบบนั้นคุณต้องแต่งได้ด้วย ไม่ใช่หยุดแค่แต่งแฟชั่น ถ้าลูกค้าอยากได้แต่งสวยก็ต้องทำได้ด้วย แสง ไฟ เทคโนโลยีมันส่งผลกับงานเราหมด สิ่งที่สองคือเรื่องของการขายงานก็สำคัญมาก เราจะ Present ตัวเองยังให้โลกรู้ว่านี่คืองานของเรา และการขายสไตล์การแต่งหน้าได้ยังไง บางทีเราอาจจะต้องไปแต่งหน้าให้คนที่ไม่เคยแต่งหน้ามาก่อน

ทำให้เขาจะเชื่อเรายังไงว่าคุณแต่งแบบนี้แล้วสวยหรือลองลิปสีนี้ดูสิคุณจะโดดเด่นแน่นอน มากไปกว่านั้นเราต้องแข่งกับช่างแต่หน้าอีกเป็นหมื่นเป็นแสนคน เด็กรุ่นใหม่ที่เกิดใหม่ทุกวัน เราจะทำให้ตัวเองอยู่ในจุดนั้นได้อย่างไร จุดที่ตัวเราต้องเปลี่ยนให้ดีขึ้นแต่ไม่สูญเสียความเป็นตัวเราเอง การเรียนรู้และการปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆ

วิธีเอาชนะความท้อ ความเหนื่อย และอุปสรรคครั้งใหญ่ในชีวิต

ความเป็นเด็ก กับความเป็นเอเชีย ข้อดีคือเราดูเด็กเสมอแต่มันกลายเป็นปัญหาเพราะเขาคิดว่าเราเป็นเด็กมาทำงานให้เขา การเป็นเอเชียก็จะทำให้ลูกค้าบางกลุ่มกังวลว่าเราจะทำได้จริงๆ หรือเปล่า เช่นบางทีต้องไปแต่งหน้าให้คนผิวสี

เขาจะกลัวว่าเราจะเข้าใจการแต่งหน้าให้เขาได้จริงๆหรือเปล่า เขากลัวว่าเราจะแต่งไม่สวย เราต้องทำให้เขามั่นใจและเชื่อมั่นกับเรามากขึ้น สามเดือนแรกที่มาคิดเสมอว่าอยากกลับเมืองไทย ต่อสู้กับตัวเองมากๆ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรามันต่างจากไทยมาก นิวยอร์กคือเมืองที่ไม่มีวันหลับ ไม่หยุดนิ่ง ถ้าเราไม่ออกไปทำงานเราก็จะไม่มีข้าวกิน ถ้าป่วยไม่ได้ไปทำงานลูกค้าก็จะ blacklist เราไว้ เวลาเจอปัญหาเรื่องงานมีบ้างที่ท้อ ที่เหนื่อย เซ็ง สิ่งเดียวที่ทำคือการเดินหน้าต่อไป คือ ให้กำลังใจตัวเอง หาอะไรดีๆ ทำ หาพลังด้านบวกใส่ตัวเองเยอะๆ  ในความเป็นจริงของโลกการทำงานเรามันไม่มีเวลาจะมานั่งเสียใจเยอะ

เป้าหมายสูงสุดที่ตั้งเอาไว้

ตอนนี้แบงค์มองว่าเป้าหมายที่วางไว้มันสำเร็จหมดแล้ว การได้มานิวยอร์กการได้ทำงานกับศิลปินหรือคนที่เราใฝ่ฝันอยากทำงานด้วยที่นี่เราได้ทำแล้ว แม้แต่การทำงานที่เมืองไทย ดารา ศิลปินหลายๆ ท่านที่เราชื่นชอบ เราก็ทำงานกับเขาแล้ว แต่ตอนนี้มันมาถึงจุดที่เราจะเอาประสบการณ์และความรู้ที่เราได้รับมาไปถ่ายทอดให้น้องๆต่อ ตอนนี้เริ่มเป็นอาจารย์สอนให้กับน้องๆ ที่เขาตื่นเต้น อยากรู้ หรือแฟนๆ ที่เป็นช่างแต่งหน้ามาเรียนรู้ด้วยกัน จนถึงตอนนี้มีไปสอนน้องๆ สองรุ่น ที่ผ่านมาเขาจบและเริ่มทำงานจริงๆ เริ่มเดินตามเส้นทางที่เราเคยผ่านมาก่อน

คุณสมบัติที่ Makeup Artist ควรมี

        สิ่งที่จะทำให้คุณเป็นคนทำงานที่ดีคือ คุณต้องมี Attitude และ Positive mind ถามว่ามันเกี่ยวกันยังไง ถ้าเรามีสิ่งนี้ทั้งสองอย่าง เรื่องอื่นๆ มันจากตามมาเองอัตโนมัติ ไม่ว่าการตรงต่อเวลา การพัฒนาตัวเอง ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและลูกค้า เพราะเราเต็มที่กับมัน เราเคารพอาชีพการงานของเรา ถามว่าบางทีมันก็ยากเหมือนกัน เวลาเราเจอปัญหา มันมีบ้างที่รู้สึกโกรธ โมโห แต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะหยุดตัวเองด้วย เพราะสุดท้ายถ้าเราปล่อยเรื่องลบๆ เข้ามามันทำให้เราเดินต่อหรือทำสิ่งต่างๆ ได้ยาก ไม่เกิดผลดีอะไรกับทั้งตัวเราและงานที่เราทำอยู่ ปล่อยวางและสร้างพลังบวกให้กับตัวเราเองดีกว่า


วิธีการหาแรงบันดาลใจในการทำงาน

ถ้าไม่นับพวกโซเชียล ทีวี หรือนิตยสาร การไปมิวเซียมคือที่ๆ เราไปเสพศิลปะ ดูรูปวาดดูงานปั้นได้เป็นวันๆ มันสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ มีครั้งหนึ่งที่เราไปดูงานของ Alexander McQueen ดูจบแล้วขนลุกเลย ได้ไอเดียทำงานเยอะมาก เรื่องการใช้สี Material ต่างๆ สามารถเอามาปรับใช้ในงานแต่งหน้าของเราได้ เพราะงานแฟชั่นก็จำเป็นต้องใช้งานครีเอทีฟด้วยเหมือนกัน มากกว่านั้นคือความผ่อนคลาย เพราะเราสามารถเดินสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง ใช้เวลากับตัวเองในการตีความงานศิลป์ของเรา


เคล็ดลับความสวยที่อยากฝากสาวๆ

จากการเป็นช่างแต่งหน้ามานาน สิ่งที่สำคัญสำหรับความสวยที่แท้จริงคือการสวยจากข้างใน มาจาก Attitude ที่ดี แบงค์ทำงานกับนางแบบมาเยอะมาก สมัยนี้ไม่ได้วัดกันที่หน้าตาความสวยอย่างเดียว คาแรกเตอร์เป็นเรื่องสำคัญมาก เวลาที่เราพูดคุยกับเขา การยิ้ม ลักษณะท่าทางที่เขาแสดงออกมา มันน่ารัก เราจะรู้เลยผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆ แต่ถ้าพูดถึงความสวยภายนอก คือการดูแลตัวเอง ดื่มน้ำให้เพียงพอ การพักผ่อน และอย่าทำร้ายตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นการแต่งหน้าหนักๆ เราอยู่เมืองร้อนควรแต่งแบบบางเบา และถ้าอยากจะมีผิวที่สวยและดีไปอีกนานๆคือกันแดด

แม้เราไม่ได้ออกไปท้าแดดนอกบ้านแต่ไฟในบ้าน แสงต่างๆ ทุกอย่างทำให้ผิวเราเกิดริ้วรอยได้ อีกข้อคือลองออกจาก Comfort zone ของตัวเองดู อาจจะเริ่มง่ายๆ ด้วยการลองสิ่งใหม่ อาจจะลองสีลิปใหม่ ปัดแก้มสีแปลกๆ แบบที่ไม่เคยลองใช้มาก่อน คุณอาจจะค้นพบความสวยที่ซ่อนอยู่ก็ได้ แค่มีความกล้าที่จะลองเปลี่ยน


ฝากถึง Makeup Artist ที่กำลังเดินทางบนเส้นทางนี้อยู่

              รักในสิ่งที่ทำ แต่รักอย่างเดียวไม่ได้ต้องเรียนรู้ ทดลอง ศึกษาเพิ่มเติม แน่นอนว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เมื่อเจออุปสรรค์ขอให้สู้กับมันและต้องเดินต่อไป ทุกอย่างมันจะออกมาดีเอง 

                  เราไม่แปลกใจที่แบงค์จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่ตัวเองวางเอาไว้ เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ตลอดเส้นทางของเขาต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมากมาย ทั้งพิสูจน์หัวใจตัวเอง พิสูจน์ให้กับครอบครัวและคนรอบข้างให้ได้เห็น ทุ่มเทเวลาในการเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง ต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย รู้สึกท้อแท้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาเอาชนะทุกอย่างและมาถึงทุกวันนี้ได้ก็คือพลังแห่ง Passion ของการทำงานในอาชีพ Makeup Artist เพราะหากหัวใจรักในสิ่งที่ทำก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกต่อไป


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX