5 เคล็ดลับของ Happy Nancy กับ Bikini Project

หลายๆ ครั้งที่เราอ่านสเตตัสบนเฟสบุ๊กเพจของ “Happy Nancy” นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์ แล้วจะพบว่าเธอมักจะเรียกร้องให้ผู้หญิงมีความมั่นใจในตัวเอง เรื่องการแต่งตัว ความคิด อารมณ์ รวมไปถึงการใส่บิกินี่อวดโฉม ซึ่งเป็นลุคที่เธอมักจะปรากฏตัวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่การที่เธอดูเป็นคนที่มั่นใจและมีพลังงานเยอะมากขนาดนี้ มันไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็เป็นได้ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่เธอลงมือสร้างมาด้วยตัวของเธอเอง จะเป็นอะไรนั้น ติดตามไปพร้อมกันได้เลย 

เคล็ดลับของ Happy Nancy กับ Bikini Project

ออกกำลังกาย

เราควรจะออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ โดยแต่ละคนก็จะมีจุดบกพร่องไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะแขนใหญ่ ขาใหญ่ ก้นใหญ่ หรือว่าพุงใหญ่ ก็ต้องลองจัดการการออกกำลังกายของตัวเองให้ส่วนนั้นๆ มันดูกระชับ เวลาใส่บิกินี่ก็จะมั่นใจยิ่งขึ้น

 

ควบคุมอาหาร

อย่างเวลาแนนซี่จะไปออกทริป ก็จะเข้าสู่โหมดในการกินอาหารที่มันไม่เค็มมาก หรือว่าอาจจะต้องลดแป้งลงหน่อย ร่างกายจะได้ดูดี ไม่ย้วยๆ (หัวเราะ)

มั่นใจเข้าไว้

การมั่นใจในตัวเอง แนนว่ามันดีอยู่แล้ว เพราะเราจะเป็นตัวของตัวเองเมื่อเรามั่นใจ คือเราไม่ได้เป็นแบบที่คนอื่นคิดว่าดี แต่เราเป็นตัวของเราจริงๆ ส่วนเรื่องบิกินี่มันคือสิ่งที่ผู้หญิงคิดกันแต่ไม่กล้าแสดงออกหรือพูด แต่เราเขียนมันลงไปในสเตตัส เอาจริงๆ แนนใส่มันถูกกาลเทศะนะ คือใส่มันตอนไปทะเล ไม่ได้ใส่ตอนไปสยาม ซึ่งมันถูกออกแบบมาแล้วว่าเป็นผ้าที่แห้งเร็ว คุณใส่ลงน้ำแล้วขึ้นมาจะไม่อับ (หัวเราะ) และถ้าเรามีความมั่นใจแล้ว เราทำอะไรเราก็จะสำเร็จ อันนี้อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของบิกินี่เรื่องเดียว แต่อาจจะรวมถึงเรื่องอื่นๆ อย่างเช่น เวลาเรามั่นใจ เราจะไปสอบ เราอาจจะอ่านหนังสือไปเต็มที่แล้ว แต่ถ้าพกความมั่นใจไปด้วย มันก็จะช่วยเสริมเราได้

Hakuna Matata !

เป็นคำที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Lion King’ แปลว่า ‘อย่ากังวล’ ง่ายๆ ก็คืออย่าไปกังวล ถึงแม้ว่าเราอาจจะอ้วนตัวแตก มีแผลเป็น หรืออะไรก็ตาม ก็ปล่อยมันไป เราไม่ต้องไปสนใจ ก็เรามาถึงทะเลแล้ว ซื้อทริปมาไกลมาก เราจ่ายค่าเครื่องบินมา เราจะไปแคร์สายตาคนอื่นทำไม เราเอาความสุขเราเป็นที่ตั้งดีกว่า

 

พร็อพต้องพร้อม

คือส่วนตัวเรามักจะชอบดูพวกแฟชั่นในเทรนด์ของปีนี้ ซีซั่นนี้ สีอะไรมา หรือว่ามันมีอะไรแบบใหม่มา ทั้งชุดคลุม สร้อย ต่างหู ที่มันอาจจะเข้ากับชุด หรือมาบดบังความตัวแตกได้ ก็สามารถเอามา Mix & Matchได้


ในมุมมองของแนนซี่คือ การใส่บิกินี่มันก็เหมือนการใส่ชุดออกกำลังกาย เราใส่ในที่ๆ มันถูกต้องตามกาละเทศะ เราใส่ในเวลาที่เราไปเที่ยวทะเล ไม่ต่างจากชุดออกกำลังกาย ที่ใส่แล้วคล่องตัว แล้วก็แห้งง่าย สะดวกในการดำน้ำอะไรประมาณนี้ แต่ว่าสาวไทยบางคนก็อาจจะเขินอาย ทั้งในเรื่องของหุ่นตัวเอง หรือว่าอาจจะไม่กล้า เพราะว่าด้วยวัฒนธรรมของคนไทยที่ทำให้เราอาจจะไม่ชินกับการใส่บิกินี่ จนกลายเป็นถูกมองว่าแรงเกินไปเมื่อสวมใส่ แต่จริงๆ แล้วมันก็คือชุดออกกำลังกายชุดนึง แค่นั้นเอง”

การเลือกใส่บิกินี่ของแนนซี่

“จริงๆ แล้วแนนซี่ก็ไม่ได้กระชับไปทุกส่วน มันขึ้นอยู่กับความชอบมากกว่า ชอบที่จะใส่แบบไหน มั่นใจแบบไหน อย่างแนนซี่ก็จะชอบอะไรที่มันแบบเว้าสูง เพราะว่าเราตัวเตี้ย สูงแค่ 160 ซม. แต่จะถ่ายรูปยังไงให้มันแบบดูขายาว มันก็จะต้องอาศัยการใส่บิกินี่แบบเว้าสูง นอกจากนี้เวลาเลือกแนนซี่ก็จะเลือกจากสีสัน และที่สำคัญเนื้อผ้า ก็จะเลือกแบบที่มันใส่แล้วสบาย เพราะเดี๋ยวนี้มันมีหลายแบบมาก ก็เอาเป็นว่าเลือกที่เหมาะกับตัวเอง ก็น่าจะดีที่สุดค่ะ”



จุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองของแนนซี่ที่หันมาดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา

“เราออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็กแล้ว เราเชื่อว่ามันคือหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำคือการดูแลตัวเอง ไม่งั้นคุณจะไม่สามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำได้ ตอนนี้แน่นมาก อยากลดลงกว่านี้หน่อยให้เหลือน้ำหนักสัก 48 ก็พอเพราะเราตัวเตี้ย”

การแก้ไขความไม่มั่นใจในตัวเองของแนนซี่
“ตอนเด็กๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราเป็นชะนีเรียนโรงเรียนหญิงล้วน (ฮา) ก็ต้องผมตรงตัวขาวอะไรประมาณนั้น แล้วเราโดนล้อว่า อีดำๆๆๆ อีหยิกๆๆ ซึ่งมันเจ็บมากนะสำหรับเด็กๆ ในตอนนั้น แล้วเราเป็นคนผมหยิกซึ่งมันเป็นส่วนน้อย ก็เลยไปยืดผมให้ตรง เพื่อไม่ให้โดนล้อ แต่เรื่องมันไม่จบตรงที่เราย้ายไปเรียนโรงเรียนสาธิตซึ่งเป็นโรงเรียนสห เรากลับโดนล้ออีกว่า ว้ายยืดผม! ซึ่งมันไม่จบ เราก็คิดว่า เราทำอะไรผิด ก็เลยตัดสั้นเลย สั้นแบบเลยหูอีกแบบทอมไปเลยแล้วก็เริ่มไว้ยาวอีกครั้งแบบธรรมชาติ ขัดเกลาความเป็นตัวเองมาเรื่อยๆ แล้วก็มาช่วงมหาลัยที่สังคมแบบคุณต้องถือกระเป๋าหลุยส์ พราด้า ต้องมีบาลอง สังคมชั้นสูงต้องติดขนตาไปเรียนอะไรแบบนี้ เราก็ผ่านช่วงนั้นมาแล้ว ลองเป็นแบบนั้นมาแล้ว แต่เป็นได้ไม่นาน เพราะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรา”

สถานที่ ที่คนแต่งตัวแซ่บสุดในสายตาแนนซี่ 
“อิตาลี แต่เราไม่ได้หมายถึงมิลานนะ เราพูดถึงฟอเรนส์พูดถึงเมืองอื่นๆ เราไปอยู่มาราวๆ หนึ่งเดือน คนที่นั่นเค้าแต่งตัวเท่มาก ทั้งที่ใช้ชีวิตประจำวันและแต่งตัวไปเที่ยว”

แนนซี่ในวันนี้ กับแนนซี่ในอดีต

“ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว อายุ 15-16 ก็ ม.4 ช่วงนั้นคงเป็นช่วงของการอยากรู้อยากลอง ค้นหาตัวเองเจอในระดับหนึ่ง เราก็มีไปด้านไม่ดีบ้าง แต่ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากตอนนี้นักที่ชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ แค่เราโตขึ้น มีกำลังทรัพย์มากขึ้น (ฮา) ลองไปเล่นสกี ลองไปขี่ม้า ได้ใช้ชีวิตที่วาดฝันไว้ได้มากขึ้น”

ความสุขของแนนซี่ 
“เราว่ามันขึ้นอยู่กับคน ถ้าเรามีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่เป็นความสุขของจริง ซึ่งมันดีกว่าเวลาที่เราหาความสุขจากการทำเรื่องไม่ดี ซึ่งมันเป็นแค่มายา แต่เราก็ไม่ได้ไปว่าเค้านะ ไม่ได้ตัดสินว่ามันแย่ เราเข้าใจ” 



“การจะเป็นคนที่มีสุขภาพดี หุ่นดี จริงๆ มันเริ่มได้เลยนะ ไม่ต้องรออะไร เอาง่ายๆ คิดง่ายๆ ว่าก่อนเราแปรงฟันเราจะสควอชท์สักสิบทีแล้วก็ทำก่อนแปรงฟัน ซึ่งมันไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอก หรือก่อนจะอาบน้ำซิทอัพสักห้าสิบครั้ง เอาแค่นี้เองทำมันให้อยู่ในชีวิตประจำวัน ก็ไม่ยากละ”

 

ทั้งความมั่นใจ การดูแลตัวเอง และความเป็นตัวของตัวเองของแนนซี่ ดูจะเป็นอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นเธอเอามากๆ และคงจะเป็น 3 ปัจจัยหลักๆ นี้ ที่ทำให้เธอเป็นคนที่ดูมีเอกลักษณ์ และดูสวยสุดๆ เมื่ออยู่ในชุดบิกินี่ ใครมีแพลนจะใส่บิกินี่อวดหุ่นสวยพร้อมความมั่นใจ สามารถเอาเคล็ดลับ 5 ข้อสำหรับ Bikini Project ของแนนซี่ไปปรับใช้ให้เกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้นกันได้เลย


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX