ยิ้มทั้งน้ำตา กับ 10 คำถามกวนๆ กับว่าที่ซุปตาร์ ภูมิ วิภูริศ

เสียงดนตรีรสชาติกลมกล่อม ภูมิ วิภูริศ เปรียบได้กับเชฟผู้ใช้ประสบการณ์ชีวิตเป็นวัตถุดิบ ใช้เสียงดนตรีต่างเครื่องครัว สัดส่วนในการปรุงที่พอเหมาะคือทัศนคติดีๆ อันเป็นพลังงานบวกที่สื่อออกมาในผลงานเพลงและการพูดคุย คนไทยสัมผัสได้ ญี่ปุ่นก็สัมผัสได้ แล้วอีกหลายต่อหลายประเทศก็เช่นกัน เพลงของภูมิเป็นรสชาติที่ถูกหูแฟนเพลงมากมาย เขากลายเป็นเด็กอายุเพียงแค่ยี่สิบสองปี ที่ประสบความสำเร็จในฐานะนักดนตรี นี่เป็นอีกวันที่มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้น คือวันที่ได้พบกับ ภูมิ วิภูริศ ลองฟังเพลงของเขาดูสิ แล้วคุณจะเห็นด้วยกับเรา

ทําไมถึงชื่อ ภูมิ
“พระเป็นคนตั้งให้ แปลว่าผู้มีความรู้อะไรสักอย่างผมเองก็ไม่แน่ใจ”

สมมติว่าคุณเป็นผู้หญิง คุณมองว่า ภูมิ  วิภูริศ เป็นคนแบบไหน 

“ภูมิว่าตัวตนของภูมิก็คงไม่เปลี่ยน เราโตมากับแม่ คนรอบข้างส่วนใหญ่เป็นคนที่มีความเป็นเฟมมีนีนสูงอยู่แล้ว เซนซีทีฟกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ต่อให้ร่างกายกลายเป็นผู้หญิงก็ไม่น่าจะเปลี่ยนมาก ก็อาจจะแค่เปลี่ยนชื่อจากภูมิมาเป็น พิมโรส (ฮา)  อาจจะแค่นั้น”


The real you ตัวจริงของภูมิเป็นยังไง
“เป็นคนมองโลกในแง่ดี ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ส่วนใหญ่เราเป็นคนที่มีความสุขกับทุกๆ อย่างที่เราได้ทำ เป็นคนที่ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ สบายๆ แล้วก็อยากรู้อยากเห็น”


ทําไมถึงอยากเป็นนักร้อง
           “จริงๆ ตอนนี้เราเรียนทางด้านภาพยนตร์แล้วเราก็เป็นนักร้อง มันทำไห้คิดว่า จะมองเราเป็นยังไงก็ได้ เพราะเราไม่อยากไปลิมิตตัวเองว่าไม่สามารถไปทำอย่างอื่นได้ มองที่ผลงานว่านี่มันเป็นสิ่งที่เราทำดีกว่า นักร้องมันคือสิ่งๆ หนึ่งที่มีโมเมนต์บางอย่างที่ภูมิชอบมาก เวลาที่ไปยืนอยู่หน้าคนแล้วเราส่งพลังอะไรบางอย่าง สื่อสารอะไรบางอย่างให้เค้าแล้วเราก็รับกลับมา ซึ่งอธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่มันคือการสื่อสารของเรากับคนที่มาฟังเพลง เรารักและอยากจะทำมัน ส่วนด้านทำหนังเราก็ชอบการสื่อสาร ซึ่งมันเป็นการสื่อสารอีกวิธีการหนึ่ง”


3 สิ่งที่สําคัญที่สุดในชีวิตภูมิ
“ตอนนี้ชีวิตเรามันเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว เราเคยฝันมาตลอดว่า เราเป็นคนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก เราเขียนเพลงเป็นภาษาอังกฤษเพราะเราอยากให้เพลงของเรามันง่ายต่อการสื่อสารกับคนทั่วโลก ซึ่งวันนี้มันได้ออกไปแล้ว มีโปรแกรมที่จะได้ออกไปท่องเที่ยวไปเล่นดนตรีให้คนในหลายๆ ประเทศฟัง ซึ่งมันฟิน ฟินมาก แต่เราต้องไม่ลืมว่าจุดเริ่มต้นของเรามันคือแค่การอยากเล่นโดยไม่สนว่าจะมีคนฟังรึเปล่า เราเล่นเพราะแค่ชอบในความเป็นเมจิกของมัน กีต้าร์มันก็แค่ออฟเจ็คหนึ่ง แต่พอเราจับมันมาเล่นมันก็กลายเป็นเพลง เราต้องไม่ลืมตรงนี้ เพราะถ้าเราหลงกับชื่อเสียงหรืออะไรอย่างอื่น เราก็ไม่ใช่เราอีกต่อไป อย่างที่สองคือเรารู้สึกว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว เพราะเราได้เจอกันน้อยลง ในการทำงานในชีวิตจริงมันทำให้ได้เจอกับคนในครอบครัวน้อยลงมาก ส่วนอย่างที่สามก็น่าจะเป็นเรื่องความสุขส่วนตัวของเราเอง”


เรื่องที่จําไม่เคยลืม
          “พอฟังคำถามนี้แล้วแว็บแรกของเหตุการณ์หนึ่งมันก็ผ่านเข้ามาในหัว เป็นตอนที่เราเรียนมอเจ็ดอยู่ที่นิวซีแลนด์ มันจะมีการออกไปตั้งแคมป์ที่เกาะชื่อว่าอะไรจำไม่ได้แต่มันอยู่แถวทางใต้ของนิวซีแลนด์ แล้วเคยเกือบตาย เค้าให้พายคายักไปรอบเกาะเล็กๆ ทัศนวิสัย มันเหมือนฉากในสตาร์วอร์ ภูมิเกิดอุบัติเหตุตกผาตรงนั้นลงมากระแทกบนหิน ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่าเราอาจจะตายแล้วก็ได้ พอตื่นขึ้นมาก็คิดว่า เราจะให้ความสำคัญกับทุกอย่างมากขึ้น ทำไมถึงคิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่รู้ (ฮา)”


อีก 3 ปีข้างหน้า ภูมิ จะ...?
           “ก็อยากรู้เหมือนกัน (ฮา) ก็คงทำงานดนตรีให้ถึงที่สุด เพราะเรารอเวลาที่จะทำแบบนี้มานานมากแล้ว แล้วเราก็เพิ่งได้เริ่มต้นจริงจังหลังจากทำธีสิสจบ ที่ผ่านมามันเหมือนเอาเรื่องราวในไดอารีของเรามาปล่อยออกไป ก็อยากจะทำไปเรื่อยๆ อยากจะมีโอกาสได้ไปเล่นต่างประเทศแบบนี้อีก อยากจะพูดคุยกับคนที่ไม่ได้มาจากแบคกราวเดียวกับเรา ไปเก็บเรื่องราว เก็บสตอรี เก็บอะไรก็ได้ที่เราไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน ไปเก็บมาให้หมด และถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำหนังสั้น อยากกำกับเอ็มวีตัวเอง อยากกำกับเอ็มวีให้คนอื่น อยากโปรดิวส์งานให้คนอื่น อยากทำโปรเจค อาจจะเยอะไป (ฮา) แต่นั่นคือสิ่งที่อยากทำ”


ถ้าให้แต่งเพลงจากความรู้สึกช่วงนี้เพลงนั้นคือเพลง...?
           “น่าจะเกี่ยวกับความแฮปปี้ เกี่ยวกับสิ่งตอนนี้ที่เราเป็น ตอนเด็กๆ เราจะแต่งจากสิ่งที่เราอยากเป็นคนโน้นคนนี้แบบไอดอลที่เราชอบ แต่ถ้าตอนนี้ เราแต่งตามสิ่งที่เราเจอในปัจจุบันมากกว่า เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เราเหมือนคนอื่นร้อยเปอร์เซนต์ ถ้าเราไม่ได้ทำตามสิ่งที่เราเชื่อ ที่เราชอบจริงๆ มันก็ไม่เป็นตัวเอง คอนเซปต์คงเป็นเรื่องประมาณนี้ ความแฮปปี้ที่เป็นตัวเอง ความเป็นปัจจุบัน อยากให้คนอย่าคิดมากเกินไป ชิลๆ ”


เมื่อหมดไฟ ภูมิ ใช้อะไรเป็นเชื้อ เพลิง
“เวลาที่เครียดๆ หรือหมดไฟภูมิจะทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย งานจริงๆ ของภูมิมันจะเริ่มต้นในห้อง ซึ่งอาจจะมีรุ่นพี่ มีคนโน้นคนนี้เข้ามาช่วย แต่ขั้นแรกมันจะเริ่มจากตัวเอง เวลาที่มันตัน ก็ต้องออกไปไถสเก็ตบอร์ด ไปคุยกับแม่ค้า  ไปชวนเค้าคุยว่ารับมะม่วงมาจากไหน ขายดีไหม ไปนั่งคู่กับพี่คนขับแท็กซี่ ไปคุยกับเค้า แล้วพอออกจากความเครียดตรงนั้น มันจะเห็นภาพใหญ่ได้กว้างขึ้น แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น มีไฟกลับมาทำงานอีกครั้ง”

                 ภูมิ วิภูริศ คือเด็กอายุยี่สิบสองปีชอบเล่นดนตรีมาตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ พอกลับมาไทยเขาเลยแต่งเพลงเป็นภาษาอังกฤษ แต่งในสไตล์ที่ตัวเองชอบมาเรื่อยๆ แต่ในระหว่างที่ตัวเองเรียนด้านภาพยนตร์อยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดลอินเตอร์ เรื่องที่เขานำมาเขียนเพลงก็เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ที่เขาเจอ จากสิ่งรอบๆ ตัว จนวันหนึ่งเพลงพวกนั้นก็ค่อยๆ ดังขึ้นมา และเป็นการดังแบบโกอินเตอร์เสียด้วย ภูมิได้ออกทัวร์ต่างประเทศ มีฐานแฟนเพลงที่ญี่ปุ่น เกาหลี เริ่มกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และหากถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จของภูมินะเหรอ นอกจากความพยายามและความอดทน ก็คงจะป็นเรื่องทัศนคติการมองโลกให้มีความสุขนั่นแหละ ที่ทำให้เขามีวันนี้ ฟังเพลงของเขาสิ แล้วคุณจะเข้าใจสิ่งที่เรากำลังบอก

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX