Fat Beef Meat Lab รูฟท็อปชิคๆ สำหรับคนรักเนื้อ!

ใช้ชีวิตเหนื่อยล้าหน้าคอมกันมาทั้งวัน พอนาฬิกาดังเป๊ง... บอกเวลาเลิกงานทั้งที ร่างกายเลยชักจะส่งเสียงประท้วงเรียกร้องว่าควรได้รับอะไรดีๆ และอร่อยเป็นการตอบแทนให้คุ้มค่าเหนื่อยกันบ้าง 

งานนี้รีบต่อสายหาเพื่อน it’s time to party, come on come on baby ไม่ได้จะให้คุ้กกี้ทำนายอะไรนะครับ 55555 แต่จะชวนไปนั่งชิลที่ Fat Beef Meat Lab ร้านรูฟท็อปดาดฟ้า สำหรับคนรักเนื้อย่านสาทรเป็นรางวัลให้ตัวเองต่างหาก...ว่าแล้วก็ลุย กันเล้ยยย !

Fat Beef Meat Lab ร้านเนื้อ กับบรรยากาศสุด Hidden ด้านบนชั้นรูฟท็อปของโครงการ De For-rest ท่ามกลางความร่มรื่นใต้เงาต้นไม้น้อย-ใหญ่ที่ปกคลุมอยู่ด้านบน ให้ความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย สมคอนเซ็ปต์ Backyard Grill ที่ทางร้านตั้งใจให้เป็นพื้นที่นั่งชิล  สำหรับสังสรรค์หลังเลิกงานกับกลุ่มเพื่อน และครอบครัว


แต่นอกจากบรรยากาศจะดีงาม เหมาะแก่การปาร์ตี้แล้ว Fat Beef Meat Lab ยังมาพร้อมเนื้อชั้นดีสุดพรีเมียม และจุดเด่นที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย กับกระทะคริสตัลทรงกลม ผลิตจากแร่ควอตซ์ สวยงามใสจนเห็นเปลวไฟสีน้ำเงินสดใสจากด้านล่าง ที่ช่วยกักเก็บความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้เนื้อไม่ติดกระทะ และยังคงรสชาติความฉ่ำของเนื้ออยู่ตลอดเวลาที่ทาน บอกเลยว่าหากได้จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวแสงไฟยามค่ำคืน ควบคู่ไปกับสารพัดเมนูอร่อยแบบนี้ ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งแน่นอน

ถึงแม้ Fat Beef Meat Lab  จะเป็นร้านขึ้นชื่อสำหรับคนรักเนื้อ แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่สายเนื้อ ทางร้านก็ยังมีเมนูหมูให้เราเลือกอิ่มอร่อยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสามชั้นหมักซอสกระเทียม หมูคุโรบูตะ เป็นต้น โดยถ้านับรวมทั้งเมนูเนื้อ หมู อาหารจานเดี่ยว และของทานเล่นอื่นๆ แล้วมีมากถึง 20 กว่าเมนูเชียวล่ะครับ

อย่ามัวเสียเวลา มาทำความรู้จักกับเมนูแรกกันเลยดีกว่า เริ่มที่ Honey Marinated Australian Angus Tomahwak เนื้อวัวออสเตรเลียสายพันธุ์แองกัส ส่วนโทมาฮอว์ก หมักด้วยน้ำผึ้งป่า ตามฤดูกาลผสมกับเบียร์และเครื่องเทศ ก่อนจะนำมากริลล์บนถ่ายโกงกางเท่านั้น แล้วนำไปสโมกด้วยกลิ่นชินนามอนอ่อนๆ ให้ได้กลิ่นหอมบางๆ ท็อปด้วย compound butter ก่อนจะเสิร์ฟบนกระทะคริสตัลด้วยความสุกระดับแรร์ ผิวหน้ากรอบนุ่ม ซึ่งหากใครอยากทานแบบสุกๆ ก็สามารถเปิดเตาย่างต่อได้เช่นกัน



สำหรับใครที่ชอบความเผ็ดละมุนตัดเลี่ยน ผมขอแนะนำให้ลอง Spicy Black Crab With Grilled Seaweed ปูทะเลก้ามข้าวที่คัดเฉพาะไข่แน่นๆ เนื้อหวาน  ที่มาพร้อมความแซ่บนัวด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่มีทั้งความเผ็ด หอมของซีอิ๊ว ได้รสชาติกลมกล่อม โรยหน้าด้วยงาขาว ทานคู่กับสาหร่ายและข้าวสวยญี่ปุ่น แบบข้าวปั้นโอนิกิริ สำหรับวิธีทานนั้น ให้เริ่มการพับสาหร่ายให้เป็นทรงกรวย ตามด้วยการตักข้าวขนาดพอดีคำ เนื้อปู และซอสราดลงไปอีกขั้น เป็นอันจบตอนพร้อมทานแล้วล่ะครับ

ต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อประจำร้านอย่าง ขาหมูเยอรมัน ขาหมูหนังกรอบชิ้นโต ที่แต่ละขาของทางร้านนั้นผ่านกรรมวิธีการคัดสรรได้น้ำหนักกำลังดีขนาด 800-900 กรัม เพื่อให้ได้ขาหมูเยอรมันสูตรเด็ดหนังกรอบ หอม อร่อยและไม่มันจนเกินไป เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงอย่าง Sauerkraut ที่ทางร้านปรุงเอง ตัดเลี่ยนได้ดี เมนูนี้จะทานพร้อมซอสเท็กซัส รสชาติหวานอมเผ็ดสูตรพิเศษ หรือซอสซีฟู้ดก็ฟินสุดๆ


ลิ้นวัวหมักเกลือสไลด์ เมนูลิ้นวัวสดกับรสชาติความหวานในตัวของลิ้นวัว นำมาย่างบนกระทะคริสตัลทาด้วยเนยเกลือ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ สีสวย ชวนให้น้ำลายไหล แต่นอกจากเนยเกลือแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูเนยอื่น ที่ใช้สำหรับย่างเนื้อแต่ละประเภทโดยเฉพาะอีกด้วยนะครับ

ทั้งเนยออริจินอล สีเขียวอ่อน เมนูเนยผสมกับใบไธม์และโรสแมรี เหมาะกับเนื้อริบอาย และเนื้อที่มีความนุ่ม , เนยกระเทียม (สีน้ำตาล) ที่ใช้กระเทียมออร์แกนิคมาช่วยในการตัดเลี่ยน เหมาะกับเมนูลิ้นวัว และเนื้อสันคอติดมัน , เนยทรัฟเฟิล เนยสำหรับย่างเนื้อโดยเฉพาะ ให้ความหอมเพิ่มความน่าทาน ใช้ได้กับเนื้อทุกส่วน ปิดท้ายกันด้วยเนยที่เราใช้อย่างเนยเกลือ (สีเหลือง) เหมาะกับเนื้อวากิว เอโฟร์ด้วยความหอมมันของเนื้อ ที่ตัดกับความเค็มของเกลือได้อย่างลงตัว

โดยวิธีการทานขั้นแรกให้นำเนยเกลือ (สีเหลือง) ทาลงบนกระทะที่เปิดด้วยไฟอ่อนๆ ก่อนครับ ซึ่งถ้าเนยละลายกลายเป็นน้ำและเริ่มเดือดส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อไหร่ นั่นแปลว่าเตากำลังร้อนได้ที่ จากนั้นให้นำเนื้อลงไปวางย่างตามปกติ แล้วท็อปด้วยเนยแต่ละชนิดตามความต้องการ แต่ผมแนะนำว่าให้ใช้เนยทรัฟเฟิลจะหอม และอร่อยที่สุด

ทานคู่กับน้ำจิ้มยากินิคุ สูตรพิเศษจากส่วนผสมหลัก 3 อย่าง ทั้งแอปเปิ้ล เบียร์ และเลมอน เคี่ยวนานถึง 7 ชั่วโมง ทานได้กับเนื้อทุกตัว รวมถึงยังมีน้ำจิ้มแจ่ว รสชาติแซ่บ เผื่อใครที่อยากได้ความเผ็ดร้อนถึงใจแบบไทยๆ ไว้บริการอีกด้วย

จัดหนักกับเมนูเนื้อไปแล้ว เปลี่ยนมาทานอะไรเฮลท์ตี้ดีต่อสุขภาพอย่าง สลัดกรีนโอ๊ค บ้างครับ กับเมนูสลัดชามใหญ่ที่เน้นความสดและกรอบของผักเป็นหลัก โรยหน้าด้วยเบคอน ฟักทอง ทานคู่กับน้ำสลัดงาแบบญี่ปุ่น อีกหนึ่งเมนูที่ต้องห้ามพลาดสำหรับหนุ่มสาวคนรักสุขภาพ



Nacho Bloody Marry Thai Salsa and Guacamol เมนูสำหรับสายดริ๊งค์  ที่ใช้แป้งนาโชส์ข้าวโพด  จิ้มทานกับซอสอ่องที่เสิร์ฟมาด้านบน ให้รสชาติความเผ็ดกำลังดี แถมยังได้ความมันและสดชื่นจากอะโวคาโด แล้วโรยด้วยชีส เพิ่มความกรุบกรอบ


ส่วนใครเป็นสายซีฟู้ด รับรองว่าต้องถูกใจ King Size Fresh Oyster เมนูหอยนางรมสดตัวใหญ่ที่ทางร้านรับมาจากฟาร์มที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแบบวันต่อวัน ทานกับน้ำมันพริกเสฉวน และน้ำจิ้มซีฟู้ด

ปิดท้ายกันด้วย Shandy เครื่องดื่มเติมความสดชื่น ดับกระหายอย่างเมนูเลมอนโซดา เพิ่มความเฟรชชีคลายร้อน สดชื่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ดื่ม ลบความเหนื่อยล้าให้หายเป็นปลิดทิ้ง

ใครกำลังมองหาร้านนั่งชิลยามเย็นหลังเลิกงาน แนะนำให้ลองแวะมาที่ Fat Beef Meat Lab สักครั้งแล้วจะติดใจเหมือนผมแน่นอนครับ และสำหรับลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชัน FWD MAX รับสิทธิพิเศษสั่งเมนูขาหมูเยอรมันในราคา 479 บาท จากปกติ 579 บาท และหากลูกค้าทานครบ 1,000 บาทขึ้นไป รับไปเลยเมนู Shandy ฟรีๆ อีก 1 แก้ว ! ชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่>> www.chillpainai.com/fwdmaxprivilege/


สมัครรับสิทธิพิเศษ FWD MAX ได้ง่ายๆ

 iOS: https://goo.gl/c1PwMq

Android: https://goo.gl/RVJ6Kl


ที่ตั้ง : 8/11 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 

เวลาเปิด : จันทร์-เสาร์ 17.00 - 24.00 น. , เฉพาะวันอาทิตย์ 16.00 - 23.00 น.

ราคา : เริ่มต้น 100 - 1,000 บาท

โทรศัพท์ : 082-777-0267


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX