Finding “Whale Sharks” ชุมพร ออกตามความฝันที่มีวันเป็นจริง

การท่องเที่ยวของผมไม่มีทางขาดทุน เพราะมันคือการเรียนรู้ที่ไม่จบสิ้นในห้องเรียนกว้างใหญ่ ถึงแม้ว่ากระเป๋าใส่ประสบการณ์ของผมจะขนาดใหญ่ขึ้นแค่ไหน แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ อาจเป็นเพราะตอนนี้มีใครสักคนกำลังกวักมือเรียกให้ผมไปหา ปลุกให้ผมทำในบางสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะเขาทำให้ผมกล้าทำในสิ่งที่ผมเคยกลัว


ในครั้งแรกผมลองถามตัวเองซ้ำๆ ว่าจะทำมันทำไม… สุดท้ายแล้ว “ความฝัน” ก็เป็นคำตอบว่าทำไมผมต้องทำ ครั้งนี้ผมลงทุนหยุดทุกอย่างที่ทำอยู่แล้วไปสมัครเรียนดำน้ำ ทุ่มเท ตั้งใจ ทั้งหมดเพื่อความฝันที่ผมต้องการจะเจอเพื่อนตัวยักษ์อย่าง “ปลาฉลามวาฬ” ท่ามกลางท้องทะเลอ่าวไทยสักครั้ง

มีคนบอกว่าถ้าผมอยากเจอให้ไปต่างประเทศก็ได้เจอง่ายๆ แต่ผมคิดว่ามันคงไม่ตื่นเต้นอะไรถ้าการพบเจอนั้นมันได้มาโดยง่าย ถ้าหากผมได้เจอเขาที่กลางทะเลอ่าวไทย มันก็ฟินกว่าไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ สำหรับการเดินทางไปตามหาเจ้าฉลามวาฬครั้งนี้ ผมลงใต้ไปที่จังหวัดชุมพร ซึ่งที่ชุมพรมีจุดให้เราไปรอลุ้นกัน 2 จุด คือ เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ และเกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในอำเภอปะทิว

ผมเริ่มต้นที่แรกกันที่ เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ ทั้งสองเกาะนี้เป็นเกาะที่ไม่มีชายหาด ถ้าจะไปต้องไปแบบเช้าเย็นกลับเท่านั้น จากการถามจากพี่ๆ นักดำน้ำ ที่นี่มีเจ้าฉลามวาฬวนเวียนมาโชว์ตัวทุกๆ ปี แล้วแต่ดวงว่าเราจะเจอเขาไหม ...บางครั้งก็จะเห็นอยู่บริเวณผิวน้ำ บางครั้งก็มาเล่นน้ำใกล้ๆ เรือ แค่ฟังเรื่องเล่าจากคนอื่นก็อดใจไม่ไหวแล้วครับ ใจเต้นรัว อยากเจอไวไวแล้ว


ผมเดินทางมาถึง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ตอนเช้ามืด และมีเวลาให้นอนต่อประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นตื่นมาทานอาหารเช้า แล้วลงเรือไปเกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ ที่หน้าที่พักของกรีนนำเที่ยว ถึงแม้จะเป็นวันแรกผมก็ไม่อยากเสียเวลาเลย


เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ นั้นไม่ใช่แค่เพียงสถานที่สำหรับเฝ้ารอเจอฉลามวาฬ แต่ที่นี่เป็นจุดนำน้ำตื้นที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย หลายๆ คนมาที่นี่เพื่อดำน้ำชมความงามของโลกใต้ท้องทะเลกันด้วย


ไฮไลท์ที่นี่คือ ทุ่งดอกไม้ทะเล ผมว่าใครมาเห็นต้องร้องว้าววววว! แน่นอน เพราะมันมีเยอะมากกกกกก.. เยอะเหมือนมีใครเอามาปลูกไว้ ถ้าเป็นบนบกคงเหมือนทุ่งดอกไม้ตอนหน้าหนาวที่สาวๆ ชอบไปถ่ายรูปด้วยเลยครับ


เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ เป็นเกาะที่อยู่ใกล้กัน เวลาไปดำน้ำก็จะไปทั้งสองเกาะเลยครับ ผมดำผุดดำว่ายรออยู่ตั้งแต่เช้ายันช่วงบ่ายก็ยังไม่เจอแม้แต่เงาของเพื่อนตัวยักษ์ วันนี้ผมคงไม่โชคดีได้เจออย่างที่ตั้งใจแน่นอนแล้ว แต่ก็ยังได้เปิดหูเปิดตาชมความสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเล


เราเดาไม่ได้เลยว่าจะได้เจอวันไหนและไม่ใช่ทุกวันที่เราจะออกทะเลได้ วันไหนคลื่นสูงเกินไป เรือเล็กก็ออกจากฝั่งไม่ได้ ซึ่งวันไหนที่ออกเรือไม่ได้ ผมก็ขับรถเล่นหาที่เที่ยวแทน สำหรับ อ.ปะทิว ผมขอแนะนำ วัดถ้ำเขาพลู ภายในวัดมีพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 200 ปี ประดิษฐานอยู่ในถ้ำ


นอกจากกราบสักการะพระพุทธรูป เดินชมถ้ำแล้ว ที่นี่มี ค่างแว่นถิ่นใต้ ค่างตัวสีเทา หน้ามีสีขาวตรงตา และปาก เหมือนใส่แว่นเลย ซึ่งเวลาที่เหมาะกับการไปชมเป็นช่วงเย็น ประมาณ 15.00 น - 18.00 น แดดร่มลมตก ค่างแว่นจะลงจากภูเขามาหาอาหารที่วัด บางตัวหอบเอาลูกน้อยตัวสีเหลืองเหมือนตุ๊กตาลิงหลังรถบรรทุกมาด้วย น่ารักดีครับ


ไม่ไกลจากท่าเรือที่เราอยู่ มีหาดถ้ำธง หาดยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เหมาะสำหรับไปเดินเล่น ขับรถหรือไปปั่นจักรยานเล่นริมหาดชิลๆ ความน่าสนใจของหาดนี้คือ ความเงียบสงบ บรรยากาศดี มีหมู่บ้านชายทะเลและเทือกเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา ตรงสุดปลายหาดมาทางใต้ มีถ้ำเล็กๆ ชื่อว่า ถ้ำธง อยู่ครับ ในตอนที่น้ำลงเราสามารถเดินเล่นเข้าไปในถ้ำได้


นอกจากนี้ อ.ปะทิว ยังเป็นที่ตั้งของหาดทุ่งวัวแล่นอีกด้วยครับ ผมไปขับรถเล่นที่ถนนเลียบหาด ที่นี่เป็นหาดที่ค่อนข้างสงบ จะมีคนมานั่งตากลมทะเลบ้างในวันหยุด นอกจากนี้มีร้านอาหาร ที่พักด้วย เป็นที่นิยมของชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ และนักท่องเที่ยว

ต่ำลงมาจากอ.ปะทิว เข้าสู่อำเภอเมืองชุมพร ที่นี่มีหาดทรายรี หาดทรายขาว สะอาดตา มีที่พักและร้านอาหารบริการริมหาด นอกจากนี้ยังเป็นตั้งของอนุสรณ์สถานของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไปเที่ยวแถวนั้นจะได้ยินประทัดที่ชาวบ้านมาแก้บนดังตลอดเลยครับ จากหน้าหาดเราขึ้นเรือไปเที่ยวที่เกาะลังกาจิว เกาะมาตราได้ ซึ่ง 2 เกาะนี้เป็นเกาะท่องเที่ยวสำหรับดำน้ำที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกัน


เราจะไปที่เกาะลังกาจิวกันก่อน เกาะนี้เป็นเกาะสัมปทานรังนก แต่เปิดให้ขึ้นบนเกาะได้ครับ บนเกาะมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร ของรัชกาลที่ 5 สลักอยู่บนหน้าผาหินด้วย เกาะนี้มีพี่ๆ ที่เฝ้ารังนกอยู่ด้วย พี่ทุกคนใจดีมาก สำหรับบนเกาะเราเล่นน้ำหน้าหาดได้น้ำใสมากๆ ซึ่งเพื่อนผมก็ถ่ายรูปวนไป ส่วนผมก็กลายร่างเป็นตากล้องถ่ายรูปไปเรียบร้อย

ไม่ใช่แค่น้ำใสนะครับ แต่เกาะลังกาจิวเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยที่หนึ่งเลย มีพันธุ์ปลาหลากหลาย ธรรมชาติของโลกใต้น้ำยังคงสมบูรณ์


ความสมบูรณ์แบบนี้มันมีอยู่มานานแล้วครับ ปะการังแต่ละชิ้นอายุมากกว่าเราเยอะ บางชิ้นใช้เวลานานกว่า 10 ปี 100 ปี กว่าจะโตขึ้นมาสักนิด เราอยู่บนโลกมาน้อยกว่า อย่าไปทำลาย อย่าขึ้นไปเหยียบ ปล่อยเขาค่อยๆ โต ไว้ให้ลูกหลานเราได้เห็นเถอะครับ


จากเกาะลังกาจิว นั่งเรือห่างออกไปประมาณ 20 นาที เรามาถึงเกาะมาตรา เกาะนี้มีผู้ดูแลชื่อว่า ลุงขาว แกเป็นคนใจดี อยู่บนเกาะนี้มาทั้งชีวิตแล้วครับ สนิทกับทุกอย่างบนเกาะ แม้กระทั่งนกที่บินอยู่แถวนั้น ผมพูดจริงๆ นะครับ เพราะเห็นกับตา ช่วงตอนเย็นๆ ลุงขาวแกจะมานั่งริมหาด แล้วเอาเนื้อปลามาให้นกกินครับ แค่ลุงแกมานั่งนกก็บินมาหาแล้ว เจ๋งสุดๆ 

บนเกาะมาตรามีห้องน้ำ เราสามารถขึ้นมาพักค้างคืนบนเกาะได้ด้วย

ใต้ท้องทะเลของที่นี่สมบูรณ์มากๆ เราสามารถถืออุปกรณ์ดำน้ำลงไปดำดูบริเวณหน้าหาดได้เลย ขนาดหน้าหาดยังมีหอยมือเสือ ว่ายออกไปยังไม่ทันเหนื่อยก็เจอปะการังงามๆ แล้วล่ะครับ

เที่ยวเกาะ ดำน้ำดูปลาแล้ว ชุมพรยังไม่หมดที่เที่ยวแค่นี้หรอกครับ ผมจะพาไปเที่ยวบนป่ากัน แต่ป่าที่จะพาไปก็ยังเป็นที่เที่ยวทางน้ำอยู่ดี เพราะเราจะไปอำเภอพะโต๊ะ เพื่อล่องแพกัน ซึ่งการล่องแพของที่นี่ก็ตั้งชื่อว่า แพพะโต๊ะ ตามชื่ออำเภอเลยครับ

ก่อนจะไปล่องแพเราลองหุงข้าวเองในกระบอกไม้ไผ่กันดูครับ การหุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ของคนที่นี่เป็นการหุงแบบโบราณ คือเราไม่ได้เอาข้าวใส่เข้าไปเลยทันที แต่เราเอาข้าวที่แช่น้ำไว้มาห่อด้วยใบคลุ้มแล้วค่อยเอาใส่เข้าไปในกระบอกไม้ไผ่อีกที เพื่อให้ตอนจะเอาออกมาทานมันง่ายขึ้น ไม่ต้องผ่ากระบอก เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เรียกได้ว่าฉลาดมากเลยครับ

ห่อข้าวกันแล้วเราไปลงแพ ล่องตามแม่น้ำพะโต๊ะกัน  คุณลุงที่ถ่อแพเล่าให้เราฟังว่าแต่ก่อนการถ่อแพไม่ได้เป็นการท่องเที่ยว สมัยก่อนชาวบ้านถ่อแพเพื่อไปตัดหวาย ซึ่งใช้เวลาเป็นวันๆ กันเลยครับ ต่อมาเวลาเปลี่ยน ไม่มีใครต้องถ่อไปตัดหวายกันแล้ว การถ่อแพเลยกลายเป็นการท่องเที่ยวไปครับ

สองข้างทางระหว่างที่ฟังลุงเล่าไปเพลินๆ สายตาเราก็มองสีเขียวของธรรมชาติไปด้วย ...ผมว่านั่งแพรับลมจากธรรมชาติแบบนี้ ดีกว่าขับรถ เปิดแอร์เย็นๆ แล้วสายตาก็มองไฟเขียว เท้าเตรียมกดคันเร่ง เพราะแบบนี้ผมเลยชอบพาตัวเองออกมาข้างนอก


ไปเที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติกันอีกที่นะครับ ที่ อ.พะโต๊ะ มีน้ำตกใหญ่โตตระการตาอยู่ด้วยครับชื่อว่า น้ำตกเหวโหลม การจะเข้าไปในน้ำตกเราต้องเดินเท้าประมาณ 500 เมตร แต่ทางเดินสะดวก ผ่านต้นน้ำคลองพะโต๊ะ สิ่งแวดล้อมโดยรอบเป็นป่าดงดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพรรณไม้ป่าดงดิบรูปทรงใหญ่แปลกตาหลายชนิด

เบื้องหน้าของเราคือ น้ำตกเหวโหลม สูงใหญ่ตระการตา ไหลจากหน้าผาสูงประมาณ 80 เมตร แต่เราต้องเชื่อฟังข้อห้ามปีนป่ายที่ติดไว้ด้วยนะครับ เพราะมันสูงมากและค่อนข้างลื่นทีเดียว


อ่านมาถึงตรงนี้..ลืมจุดมุ่งหมายแรกที่เรามาจังหวัดชุมพรกันหรือยังครับ ...ทริปนี้เรามาตามหาเพื่อนตัวยักษ์ในทะเลกัน ได้เวลากลับไปตามหากันแล้วล่ะครับ คราวนี้เราย้ายสถานที่ดำน้ำไปยัง เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ ลองเสี่ยงดวงกันอีกครั้ง ว่าจะเจอหรือไม่ ซึ่งครั้งนี้เราจะลงดำน้ำแบบ Scuba กันครับ


Scuba เปิดประสบการณ์ใหม่

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า การไปดำน้ำคือการไปเยือนบ้านของคนอื่น มนุษย์อย่างเราต้องเคารพเจ้าของบ้าน อย่าคิดว่าว่าเราจะทำอะไรก็ได้ การลงไปเยือนบ้านคนอื่นเราก็ต้องช่วยกันอนุรักษ์ และเคารพกฎกันด้วย


การเรียนดำน้ำลึกไม่ใช่เรียนเพื่อให้ดำเป็นเท่านั้น แต่เป็นการเรียนเพื่อให้เราปลอดภัยเมื่ออยู่ใต้น้ำ เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้กฎของการดำน้ำอีกหลายข้อเลยครับ อีกทั้งการดำน้ำถือเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่เราเล่นเพื่อความสนุกและพักผ่อนด้วยครับ

การเรียนมีหลายระดับและมีการสอบในแต่ละขั้น เริ่มต้นจากขั้น Discover Scuba Diving ไป Open Water Diver จนไปถึงขั้น Advanced หรือบางคนสอบไปเป็นครูเลยครับ

การดำน้ำในทุกๆ ครั้ง ต้องมีบัดดี้ เผื่อเราเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรใต้น้ำ บัดดี้ของเราจะเป็นคนเข้ามาช่วยเราได้ทัน

ว่ายน้ำไม่เป็นหรือว่ายไม่แข็งเรียนดำน้ำได้ไหม? ได้ครับ เพราะเราต้องเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด ใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นเราสามารถไปฝึกดำน้ำแบบ Scuba ได้

แต่ก่อนอื่นเหนือสิ่งอื่นใด เราจะตามความฝันของเราได้อย่างสบายใจ ต่อเมื่อเราไม่มีอะไรให้กังวล เหมือนเราเรียนดำน้ำเพื่อให้เราปลอดภัยนั่นแหละครับ คนกล้าอย่างเราจะทำกิจกรรมอะไรให้เต็มที่ เราเลยต้องมีตัวช่วย อย่างผมมีประกันคนกล้าจาก FWD (https://www.fwd.co.th/th/protect/life-insurance/whole-life-extra/) คอยดูแล


ดำน้ำที่เกาะง่ามน้อย ง่ามใหญ่ ครั้งนี้เราไปกับชาวเกาะ ไดฟ์วิ่ง ก่อนลงเราต้องวางแผนก่อน ว่าจะลงจุดไหน ลงเพื่อจะไปทำอะไร เพราะในน้ำมันคุยกันไม่ได้ เราสื่อสารด้วยสัญญาณมือเท่านั้น ซึ่งเราวางแผนสำหรับการดำน้ำครั้งนี้ว่าจะลงกัน 3 Dives จุดที่ลงมี ง่ามน้อย ง่ามใหญ่ และหินหลักง่าม

พอถึงวันลงจริงๆ เรามีการบรีฟเพิ่มเติมกันอีกด้วยครับ ซึ่งการจะลงดำในแต่ละครั้งเราต้องมี Leader คอยบอกว่าลงกี่นาที ขึ้นเมื่อไหร่ และไปทางไหน เมื่อลงไปแล้วใครมีปัญหาเราต้องขึ้นพร้อมกันทั้งหมด ไม่มีการขึ้นแค่คนหรือสองคน

เริ่มจาก Dive แรก จุดเกาะง่ามใหญ่..ผมลงไปด้วยความหวังแต่ไม่เต็ม 100% เพราะเรียนรู้มาจากเกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่แล้วครับว่า ต้องเผื่อใจไว้บ้าง เราเดาไม่ได้และไม่มีอะไรแน่นอนเลย จุดนี้เป็นทั้งจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก ปะการังอุดมสมบูรณ์ มีอะไรให้ตื่นเต้นเยอะแยะเลย


ผมว่าการดำน้ำนั้นเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่ทำให้มนุษย์อย่างเราลงไปหายใจในน้ำได้สบายๆ เหมือนปลาเลยล่ะครับ

เราขึ้นมาพักบนเรือ ทานข้าวมื้อเที่ยง แล้วถึงจะลงจุดที่ 2 กันครับ ซึ่งจุดที่ 2 ชื่อว่า เกาะง่ามน้อยจุดนี้เป็นจุดที่มีปะการังเขากวางเยอะมาก … เป็นลานกว้างๆ ที่มีแต่ปะการังเขากวางเลยทีเดียว

ถึงจะลงมาเจอปะการัง ความสวยงามใต้ท้องทะเลที่ตื่นตาตื่นใจแล้ว ก็ยังไม่เจอเจ้าปลาฉลามวาฬเลยครับ..ซึ่งผมยังเหลือความหวังอีก 1 Dive และเวลาอีกแค่ 45 นาที ก่อนลงเราเลยขอเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการทำสัญลักษณ์ปลาฉวามวาฬกันหน่อย สัญลักษณ์แบบนี้เราจะใช้กันใต้น้ำ เนื่องจากเราพูดคุยกันไม่ได้น่ะครับ

ลง Dive ที่ 3 จุดหินหลักง่าม ผมมีความหวังตลอดการลง ระหว่างดำไปก็ภาวนาไปด้วยว่าอยากเจอสักครั้ง ...ดาราค่าตัวแพง เขาอาจจะออกมาโชว์ตัวช้าหน่อย

เหลือเวลาประมาณ 15 นาทีสำหรับการลง Dive นี้ ผมอาจจะไม่เหลือความหวังแล้วครับ จึงดำเล่นดูปลาหลากสี ดูทากทะเล ก็สนุกดี


แต่ผมอาจจะพกโชคมาบ้าง ...ผมยังจำวินาทีที่ใจเต้นรัวได้ เหมือนเจ้าสาวของผมกำลังเปิดประตูเดินเข้ามาในงาน เหมือนไม่ได้เจอหน้าคนรักมานานกว่า 20 ปี แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง ผมเริ่มเข้าใจคนที่ความหวังมันริบหรี่ แล้วมีคนยื่นโอกาสให้ ตอนที่เห็นเงาตะคุ่มๆ ของปลาตัวใหญ่ยักษ์นี่แหละครับ


จริงๆ ผมทำใจไว้แล้ว เพราะไม่ใช่ใครจะได้เจอกันง่ายๆ แต่ครั้งนี้ผมได้เห็นเจ้านี่ ความรู้สึกตื้นตันมันตีขึ้นมาเลยครับ ถ้าใครได้เจอห้ามไปจับเขานะครับ เพราะตัวเราและตัวเขามีแบคทีเรียที่ไม่เหมือนกัน เราอาจจะทำให้เขาตายได้ และเวลาเจอให้เว้นระยะ “ตัว 3 หาง 4” ซึ่งหมายถึงระยะการเข้าใกล้เขา เราสามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้ 3 เมตร อยู่ใกล้หางได้ 4 เมตร เป็นความปลอดภัยทั้งตัวเราเองและปลาฉลามวาฬด้วย

ผมเข้าใจคนที่พยายามจะปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์แล้วครับ ว่าเขาทำไปทำไม...ทำไมต้องทนลำบากไปปีนเขาสูงๆ เพราะความฝันนี่เอง เหมือนผมที่เลือกดำลงมาใต้น้ำเพื่อเจอปลาฉลามวาฬสักครั้ง เมื่อความฝันมันเป็นจริง มันมีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมด มันเหมือนที่เราทำมามีความหมาย ตอนนั้นถึงผมจะลอยตัวอยู่ในน้ำ แต่ความรู้สึกของผมคงเหมือนคนที่ได้ขึ้นไปปักธงไทยบนเขาเอเวอร์เรสต์แล้วครับ ...คุณล่ะ? มีความฝันแบบผมไหม ถ้ามีอย่าลืมสร้างโอกาสให้ตัวเองได้คว้ามันนะครับ…

ชิลไปไหน

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX