Tune ภาษาดนตรีกับ Billbilly01

“เพลง” คือสิ่งที่ประกอบไปด้วยเนื้อร้อง ทำนองและจังหวะ ซึ่งไม่ง่ายเลย ที่จะสร้างสรรค์และถ่ายทอดออกมาด้วยคนเพียงคนเดียว “บิลลี่” ณัฐดนัย ชูชาติ เขาใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ ประกอบกับเพื่อนฝูงทั้งวง Tilly Birds ที่เขาตั้งขึ้นมากับเพื่อน รวมไปถึง “วี” วิโอเลต วอเทียร์ และอีกมากมาย ก่อร่างสร้างเสียงเพลงขึ้นมาอยู่บนหน้าจอที่ทุกคนสามารถเข้ารับชมได้เพียงปลายนิ้ว 

สไตล์เพลงของบิลลี่
จริงๆไม่อยากระบุ เพราถ้าเราตอบว่าอะไร เราก็จะเป็นอย่างนั้น ซึ่งช่อง Billbilly01 มันก็พยายามทดลองทำหลายๆอย่างหลายๆแนวไปเรื่อยๆ อย่างบางครั้งผมก็ใช้ขิมเล่น ใช้ระนาดเล่น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ ถ้าเราบอกว่าเราเป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ งั้นเราก็ใช้พวกนี้ไม่ได้สิ ถูกไหม เพราะฉะนั้นผมก็จะพยายามไม่ค่อยจำกัดว่าช่องเราเป็นแบบไหน แต่จะบอกว่าช่องนี้เป็นเพลงดีๆที่มีให้คนฟัง มันไม่ใช่ Backing track ที่มีนักร้องมาร้องทับ แต่มันคือการสร้างมุมมองใหม่ของเพลงขึ้นมา มันคือการเอาเรื่องที่เขาเล่ามาเติมแต่งโดยผมและนักร้อง แล้วก็เล่าใหม่ขึ้นมา 

วิธีเลือกเพลง Cover

เกณฑ์ก็คือเกณฑ์ของบิลลี่นี่แหละครับ เพลงไหนก็เพลงนั้นครับ แต่หลังๆก็จะมีเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาคือผมจะเลือกเพลงที่ผมไม่ชอบ เพราะถ้าเลือกเพลงที่ชอบแล้ว เราจะไม่รู้ว่าเราต้องแก้อะไรกับมัน แต่ถ้าเพลงที่เราไม่ชอบ พอเราฟังเราก็จะรู้สึกไม่ชอบ ทำใหม่ดีกว่า 

แพลนของบิลลี่

ตอนนี้ผมมีวงครับ ชื่อวง Tilly Birds เป็นเพลงออริจินัลของพวกผมครับ จริงๆเป้าหมายของชีวิตผมก็คือเพลงออริจินัล แต่เพลงคัฟเวอร์นี่ก็ยอมรับตรงๆว่าทำมาเพื่อสร้างฐานคนดูเพื่อรองรับ Tilly Birds อันนี้คือความในตอนที่สร้าง Channel นี้ขึ้นมา แต่พอโตขึ้นมาก็ได้รู้ว่าคนดูเป็นคนละกลุ่ม เขาฟัง Tilly Birds ไม่ได้หรอก

หยุดเพื่อหาแรงบันดาลใจ

เวลาที่รู้สึกว่าไอเดียตันขั้นแรกก็คือต้องหยุดทำงานก่อน ต้องเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้นก่อน ถ้ามันตันแล้ว ไม่อยากไปต่อ มันต้องหยุดพักแป๊บนึง เพื่อให้สมองได้คิดอย่างอื่น สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดก็คือการหา "Input" เพิ่ม ก็คือการฟังเพลง ดูหนัง ไปเดินแกลเลอรี่ ไปดูตึก ดูแฟชั่นโชว์ ไปดูเสื้อผ้า อะไรประมาณนี้ คือทุกอย่างมันจะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ เพราะศิลปะมันมีหลายแขนง แต่ทุกแขนงมันเชื่อมกันหมด มันไม่จำเป็นว่าเราฟังเพลงเราต้องฟังแต่เพลง ผมเรียนหนังผมก็ทำเพลงได้ มันอยู่ที่ว่าเราจะเอามันมาใช้สอยในผลงานเพลงเราได้อย่างไร 

กว่าจะเป็นเพลง

ผมทำเพลงทุกวันเสาร์ พอใกล้ถึงวันเสาร์ผมก็จะหานักร้อง คนไหนว่าง อยากมาทำงานกับเรา เราก็จะโทรถาม ถ้าได้ตารางลงปุ๊บก็เริ่มทำงาน แต่ตารางนัดผมมันจะยากนิดนึง นักร้องเลยจะว่างไม่ค่อยตรงกัน เพราะผมจะนัดตั้งแต่เที่ยงวันเสาร์จนถึงเที่ยงวันอาทิตย์ 24 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้ก็จะเลื่อนไปเสาร์หน้า มันต้องเผื่อเวลาไว้ยาว เพราะบางครั้งการทำงานมันก็ลากยาวจริงๆ พอได้นักร้องเราก็จะมาคุยกันว่าจะทำเพลงอะไร ช่วงแต่ก่อนผมจะทำเพลงเอาไว้รอให้นักร้องมาร้อง แต่เดี๋ยวนี้จะไม่ค่อยทำแล้ว เพราะรู้สึกว่าทำแบบนั้นมันเหมือนเราทำ Backing track ให้เขาร้อง แต่การที่เรามาสร้างผลงานด้วยกัน เราก็ส่งดนตรี เขาก็ส่งการร้องมา มันก็จะได้ผลงานที่ทำร่วมกัน แต่วิธีนี้มันใช้เวลานานกว่าแน่นอน  เพราะเราต้องมานั่งสร้างเพลง พอทำเพลงเสร็จก็อัดเสียง จากนั้นเราก็ไปถ่ายกัน พอเสร็จหลังจากนั้นก็จะเป็นส่วนของผมล้วนๆที่จะตัดต่อ มิกซ์เสียง แต่บางครั้งก็จะโยนให้เพื่อนตัดต่อบ้าง


จุดยืนคือความต่าง

ผมชอบการที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันครับ เพราะถ้าเป็นความคิดเห็นผมคนเดียว มันก็จะเป็นอะไรที่เป็นมุมมองผมคนเดียว คนเราเวลาสร้างผลงานมันอยู่ที่ว่ามี "Input" มากแค่ไหน มันจะสะท้อนออกมาในงานของเรา คุณฟังอะไรมา คุณมาจากไหน ซึ่งการที่เรามีความคิดเห็นของคนอื่น เท่ากับเรามี "Input" ของเขาเข้ามา มาบวกกับของเราก็จะมีงานใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร ผมชอบให้ทุกคนเถียงผม ทุกคนต้องมีจุดยืนตัวเอง แล้วเราก็มาแชร์จุดยืนเพื่อสร้างผลงานขึ้นมา เราต้อง Debate กันแต่เราต้องไม่ทะเลาะกัน

ส่วนใหญ่ของผมมักจะเป็นจุดที่เลือกเพลงไม่ได้มากกว่า เพราะเมื่อเลือกเพลงได้มันคือเราเลือกที่จะเดินมาทางเดียวกันแล้ว เราก็ต้องหาจุดที่มันลงกันให้ได้ บางครั้งมันก็มีที่เลือกเพลงไม่ได้ เกิดขึ้นบ่อยด้วย อย่างเพลง "I Took a Pill in Ibiza" ที่ทำกับพี่วี กว่าจะเลือกได้ใช้เวลาวันนึง แล้วก็ไปทำวันถัดไปเพราะเลือกเพลงไม่ได้สักที แต่พอเลือกได้มันก็คือการช่วยกันคราฟท์งานขึ้นมา


ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX