ครูแบบนี้ก็มีด้วย? จับเข่าคุยคุ้ยอินไซต์กับ ผู้ก่อตั้งเพจเด็ดดวง “อะไรอะไรก็ครู”

จัดกิจกรรมเล่าเรื่องผีในห้องสมุด แข่งประกวดร้องเพลงตั้งทีมโค้ช คล้ายรายการดัง สอนประสบการณ์ชีวิตจริง มากกว่าให้การบ้าน ถามความต้องการของนักเรียน เพื่อกำหนดแนวทางการสอน สิ่งเหล่านี้ที่ว่ามาคุณอาจจะคิดว่านี่คือโรงเรียนตัวอย่างในต่างประเทศ เปล่าเลย...นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนในต่างจังหวัดเล็กๆ โดยมี “ครูมะนาว ศุภวัจน์ พรมตัน” เจ้าของเพจ “อะไรอะไรก็ครู” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังจุดเริ่มต้น และจุดประกายการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

“ความฝันมีมาตั้งแต่เด็กเลยเพราะว่าพ่อผมเป็นครู เราเลยเห็นแบบอย่างมา มันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราอยากเป็นหมอหรือไปเป็นอย่างอื่นมาบ้าง แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดเลยก็คือ ครู”

ย้อนไปเมื่อสัก 20 ปีก่อน อาชีพครู เป็นอาชีพที่เด็กๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น ไม่ต่างจากตำรวจ ทหาร หรือคุณหมอ วันเวลาผ่านไปเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์มากขึ้น ทำให้กำเนิดเกิดหลายอาชีพขึ้นมาให้มีทางเลือกมากขึ้น แต่ “ครูมะนาว” ศุภวัจน์ พรมตัน คุณครูจากโรงเรียนนครวิทยาคม จ.เชียงราย ก็ยังคงยึดถืออาชีพนี้ซึ่งเขาเชื่อว่านี้คือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับเขา แต่ก็ไม่ได้นิ่งเฉยกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ได้มีการหยิบเอาสิ่งใหม่ๆ มาประยุกต์กับการเรียนการสอนทำให้เด็กๆ ซึมซับสิ่งต่างๆ ที่เขาต้องการปลูกฝัง

“ก็ตอนที่จบ ม.ปลายจะเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย สี่อันดับที่เลือกก็เป็นครูหมดเลย สอบชิงทุนด้วย พอจบมาโรงเรียนแรกที่ไปสอนคือโรงเรียนบ้านดอยที่เชียงรายครับ ของผมมันจะเข้าโครงการครูพันธ์ใหม่ คือห้าปีแล้วเค้าจะบรรจุให้เลยโดยที่ไม่ต้องสอบ ก็เลยกลับมาบ้านที่เชียงราย ไปสอนระดับประถมแต่ไปสอนทุกวิชาเลยครับ และทำหน้าที่เป็นครูบรรณารักษ์ด้วย ถ้าเปรียบครูสมัยก่อนกับสมัยนี้ ในความหมายแล้วเหมือนกัน แต่ในด้านวิธีการแล้ว เราเองอาจต้องอัพเดทเวอร์ชั่นตัวเองอยู่ตลอด อย่างที่เห็นว่าทำไมเขาถึงต้องมาการเอาพ่อค้าขายของออนไลน์มาเป็นวิทยากร ทำไมถึงต้องมีการสอนถ่ายวิดีโอ มันก็เพราะในโรงเรียนไม่มีสอน คือมันมีการส่งเสริมอาชีพก็จริงแต่มันก็จบตรงที่เอาขนมใส่ห่อแล้วขายกันเอง มันไม่ออกไปข้างนอกสักที ดังนั้นเราจะทำยังไงให้เด็กเขาเห็นว่าข้างนอกมันมีอะไร เราเองอาจต้องอัพเดทเวอร์ชั่นตัวเองอยู่ตลอด ไม่งั้นก็จะไม่ทัน และเราก็จะโดนสังคมข้างนอกมาบอกว่าครูสอนอะไร ไม่ได้เอาไปใช้เลย”



หากใครที่เล่นโซเชียลมีเดียบ่อยๆ เชื่อว่าคงเคยได้ยินชื่อเพจ “อะไรอะไรก็ครู” มาบ้าง เพจที่เล่าถึงเรื่องราวชีวิตของครู การเรียนการสอน การทำให้เข้าใจว่า “แค่เปิดใจที่จะเรียนรู้ อะไรก็เป็นครูได้ทั้งนั้น” ซึ่งเป็นเพจที่ถูกสร้างขึ้นโดย “ครูมะนาว” นั่นเอง

“เพจนี้ในตอนแรกเราตั้งคอนเซปท์ไว้คือ แค่เราเปิดใจ ไม่ว่าอะไรที่เราพบเจอก็สามารถเป็นครูสอนเราได้หมด แล้วพอวันหนึ่งเราไปเขียนแซวนโยบายเข้าหน่อย ก็มีคนมาออกความคิดเห็น แล้วประกอบกับชื่อเพจเป็นแบบนี้ด้วย (หัวเราะ) ปัญหาที่คนเข้ามาบ่นกันก็เป็นเรื่องนโยบายต่างๆ”

“ยกตัวอย่างข้อหนึ่ง เรื่องปรินเตอร์ ครั้งหนึ่งเราเคยจัดโหวดว่าอยากจะอบรมเรื่องอะไร อยากจะพัฒนาตัวเองด้านไหน ครูก็บอกว่าอยากจะฝึกการซ่อมปรินเตอร์ คือมันสะท้อนว่าโรงเรียนเราอยู่กับเอกสารเยอะมาก เวลาที่กรรมการเขามาประเมินโรงเรียนของเรา ผมมีคลิป มีภาพให้เขาดู เขากลับถามหาแต่เอกสาร เพราะว่ามันต้องมีหลักฐานมาประกอบ และหลักฐานที่ใช้ได้มันก็มีแต่เอกสาร เราอยู่กับเอกสารมากเกินไป”

“แต่เพจนี้ก็ได้สอนเรา ความเชื่อเวลาที่เรารับสื่อมาเยอะมันเริ่มเปลี่ยน จากที่เราเคยเชื่อว่า ครูคือจุดศูนย์กลางให้คนมาเชื่อฟัง มันกลายเป็นว่า เด็กต่างหากคือจุดศูนย์กลางที่เราต้องหาวิธีมาสั่งสอนเค้าให้ได้”

หลายคนที่คิดถึงอาชีพครู มักจะคิดถึงการสอนหรือแนวคิดที่เป็นแบบแผนตามตำรา ทุกสิ่งอย่างจะต้องเป็นไปตามระบบ เช่นเดียวกันนักเรียนนั่นก็จะต้องเดินตามสิ่งที่คุณครูขีดเอาไว้ แต่จากแนวคิดทั้งบนเพจ “อะไรอะไรก็ครู” และส่วนตัวของ “ครูมะนาว” เอง ดูค่อนข้างจะแตกต่างจากแนวคิดที่เราเคยรู้จัก แต่สิ่งที่เหมือนกันคืออยากให้นักเรียนทุกคนได้รับประโยชน์สูงสุดและเติบโตไปเป็นเด็กที่ดีทั้งต่อตัวเองและสังคม

“จุดแรกที่ทำให้ผมเริ่มเปลี่ยนแนวการสอนคงเป็นที่นักเรียน บางทีเขาก็พูดขึ้นมาเลยว่า อันนี้มันไม่ได้ใช้ครับ อันดับแรกเลยคือเราต้องทำให้นักเรียนเห็นก่อนว่าสิ่งที่เราสอนสามารถเอาไปใช้ยังไงได้บ้าง อันดับที่สองคือความคิดเห็นจากคนในอาชีพอื่นๆ พอเราอยู่กับเพจนี้นานๆ มันคือการที่เรารับฟังคนภายนอกว่าเค้าคิดยังไงกับวงการครู อันดับที่สามคือสิ่งที่มาจากตัวเอง มันเหมือนกับการเล่นดนตรี เราจะเห็นได้เลยว่าคนที่มาฟังเราเขาสนุกหรือไม่สนุก ถ้าสนุกจะทำได้ดี ซึ่งวิชาของผมมันก็ไม่ได้สนุกทุบคาบหรอกครับ มีเอกสารแจกๆ บ้าง แต่วันไหนที่มีกิจกรรม มันก็แฮปปี้ได้”

“วิธีแบบนี้สำหรับครูท่านอื่นๆ ก็ไม่ถึงกับต่อต้านหรอกครับ แต่ครูแต่ละคนก็มีบุคลิกไม่เหมือนกัน บางคนก็ไม่ได้เป็นคนสนุกสนานและเขาเองก็คิดว่าในสมัยก่อนเขาเรียนมาแบบนี้ เขาสอนแบบนี้และมันก็ได้มาตลอด ไม่เห็นจะลำบากอะไรเลยก็นั่งจดแล้วก็ได้ดิบได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้ มันก็จะมีคนคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่คนที่ต่อต้านไม่มีนะครับ คือคนที่สอนแบบนั้นเขาก็ไม่ได้มาว่าเรา ว่าเราไม่ถูกหรือไม่ดี เพียงแค่ให้เขามาสอนแบบเราเขาทำไม่ได้ เพราะเค้าไม่ได้มีบุคลิกแบบนี้”

ทุกเส้นทางล้วนมีอุปสรรคโดยเฉพาะผู้ที่เลือกที่จะเดินทางที่ต่าง “ครูมะนาว” ก็เช่นกัน แต่ Passion ของสิ่งที่เขาได้เลือก ได้กำหนดไว้ยังคงชัดเจนอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เขามุ่งมั่นและพร้อมที่จะก้าวต่อไปแม้เจออุปสรรคใดๆ

“บางครั้งก็มีท้อบ้างครับ ในเวลาที่มีนโยบายที่เขาให้เราทำอะไรที่เราไม่อยากทำ อย่างเช่นเขาให้เราสอนแบบบันไดห้าขั้น แบบอะไรที่เรามองว่ามันไม่มีประโยชน์ แล้วพอมีนโยบายมาเราก็ต้องทำเอกสารส่งกลับไปอีกซึ่งเราคิดว่าเราน่าจะเอาเวลาตรงนี้มาคิดอะไรเพื่อเด็กจะดีกว่า มันก็ทำให้เราเบื่อจนอยากจะออกไปทำอย่างอื่นเหมือนกัน แต่ถ้าออกไปมันก็ไม่มีเงินเดือนสิครับ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วผมว่าเรามองตัวเองชัดกับอาชีพที่ตรงนี้ เราจึงพยายามหาทางออกภายใต้กรอบที่มีมากกว่า อาจพบกันครึ่งทาง ทำให้ดีที่สุด และเราก็แสดงให้เห็นว่าวิธีการของเรามันไม่ได้ทำให้เด็กเสียการเรียน หรือมันไม่ได้ทำให้ค่าเฉลี่ยคุณภาพเสียไป มันเลยไม่มีปัญหา”

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว

ติดตามทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราง่ายๆ แค่กรอกชื่อและอีเมล์

การคลิก "ลงทะเบียน" แสดงว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดของเราและได้อ่านนโยบายข้อมูลของเราแล้ว

FWD MAX

FWD MAX